ก่อนอื่นก็สวัสดีปีใหม่ 2026/2569 ทุกท่านด้วยนะครับ
ต้องบอกก่อนว่าก่อนที่ผมจะมาโพสต์ Note นี้ลงใน NOSTR ผมได้กลับไปที่บัญชี X อีกครั้งเพื่อที่จะโพสต์ Thread ยาวหนึ่งอันแล้วค่อยแบ็คอัปข้อมูลใหม่เป็นครั้งสุดท้าย พบว่าทุกอย่างในนั้นยังเหมือนเดิมไม่ต่างจากตอนที่เลิกเล่นมาใหม่ ๆ เลย
- คนที่ผมติดตามอยู่ยังคงเป็นคนที่น่ารักนิสัยโอเคอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือเห็นพวกเขาน้อยลง (เพราะเห็นโพสต์ใครก็ไม่รู้เยอะขึ้นแทน)
- คนยังดราม่าเรื่องเรื่อยเปื่อยตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเหมือนทุกที เรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ขยายให้มันใหญ่โตเกินจริงและหลงประเด็นอยู่เสมอ
- แพลตฟอร์มยังหิวเงินรีดไถคนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรีดข้อมูลเพิ่มด้วย เพราะมาตรการใหม่ของ X ที่เริ่มมัดมือชกเอาข้อมูลทุกคนไปใช้อย่างเต็มที่โดยไม่มีทางปฎฺเสธได้อีกต่อไป (ซึ่งเรื่องนี้มีบางแหล่งข่าวบอกว่าอาจไม่ใช่เรื่องจริง ต้องรอดูวันที่ 15 มกราคมอีกทีว่าจะเอาตัวเลือกปฏิเสธออกไปหรือเปล่า)
- คนที่เล่นอยู่ก็ยังมีบ่นเรื่องแพลตฟอร์มเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ยอมออกมาจากที่นั่นอยู่ดี (มีบางคนจะตื่นตูมย้ายออกไป แต่ก็จะกลับมาอยู่ดีเพราะไม่ชินกับความที่ไม่มีอัลกอริธึมแนะนำคนอื่น + มันดูเงียบเพราะคนน้อยกว่า) เพิ่มเติมคือคนดังเฉพาะวงการบางคนเริ่มเคลื่อนไหวในแง่มุมนี้เพิ่มขึ้น
ถ้าใครรู้จักผมและพอจำเรื่องราวเหล่านี้ได้ ผมตัดสินใจลงประกาศสีขาวใน X เรื่องเลิกใช้แพลตฟอร์มพร้อมชี้แจงเหตุผลและช่องทางติดตามอื่นมาร่วมสองปีแล้ว เหตุผลที่ออกมจากที่นั่นไม่ได้เกี่ยวกับ Generative AI หรือ Grok ของตัวแพลตฟอร์มเอง แต่เป็นเพราะไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นหลัง Elon Musk ซื้อกิจการไปเป็นของตัวเองแล้วทำให้แพลตฟอร์มที่เราเกิดเติบโตมาในช่วงแรกให้มันเละเทะจนไม่มีชิ้นดี เช่น เรื่องอัลกอริธึมที่สนับสนุนให้คนเน้นการปั่นกระแสกันเพื่อแย่งชิง Engagement มาสร้างรายได้ให้ตัวเอง เรื่องการตัดฟีเจอร์ที่ดีอยู่แล้วให้แย่ลงเพื่อบีบบังคับให้คนสมัคร X Premium (มันคือ Twitter Blue เดิม) แถมคนที่เคยสมัครก็ได้พบกีบวงจรที่พวกเขาก็โดนตัดสิทธิ์ความพรีเมียมนี้ออกไปอีกเพื่อบีบให้จ่ายเยอะขึ้นมากขึ้น (ยกตัวอย่าง กรณีที่จ่าย Premium แล้วแน่ยังเห็นโฆษณาอยู่ ต้องจ้ายอีกระดับหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ถึงจะไม่เห็นอีก)
ผมมารู้ทีหลังว่าการกระทำของทุกสินค้าและบริการที่ตัดสิ่งดีให้มันแย่ลงนี้มีคำศัพท์เรียกเฉพาะเลยว่า Enshitification และใช่ครับ...ปี 2026 นี้ก็ยังเป็นแบบนั้นทุกแพลตฟอร์มเจ้าใหญ่ โดยเฉพาะ X นี่แหละ
ผมเชื่อว่าในมุมมองของกระแสนิยมคนในรุ่นใหม่ ๆ ที่ลดการใช้ SNS ลงเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อน การตัดสินใจนี้อาจจะดีในฐานะบุคคลธรรมดาที่แค่ใช้งานเพื่อติดต่อสื่อสารกับแสวงหาความบันเทิงให้ตัวเอง แต่ถ้าคุณไม่ใช่คนทั่วไปล่ะ ? เป็นคนทำคอนเทนต์เพื่อเผยแผ่สู่สาธารณะแบบผมและอีกหลาย ๆ คนล่ะ ? การเลิกเล่นแพลตฟอร์มเหล่านี้มันดีจริงเหรอ ? แล้วเราจะต้องแลกกับอะไรบ้าง ?
แม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมากนัก แต่ผมก็เป็นหนึ่งใน VTuber ไทยที่ก็นั่งทำช่องมาตั้งแต่ปี 2021 (ก่อนมีประกาศ Debut Announcement ปี 2022 ในฐานะ VTuber) เท่ากับว่าตัวเองก็อยู่ในสถานะที่ต้องทำคอนเทนต์เสิร์ฟออนไลน์ตามหน้าที่ที่ตัดสินใจไว้ หลัก ๆ ก็คือไลฟ์เรื่อง Hard Talk และเล่นเกมที่อยากเล่นลง YouTube, Twitch และ NOSRT ผ่าน Zap.Stream/Wherostr แบบไลฟ์คู่ขนาน ผมเชื่อว่าเมื่อเราต้องทำคอนเทนต์ส่งลงโลกออนไลน์ การมีแพลตฟอร์มติดตามที่หลากหลายก็เป็นผลดีกับการกระจายข่าวว่าตอนนี้เราจะทำอะไร มีเนื้อหาอะไรมานำเสนอ หรือแม้แต่จะประกาศสำคัญอะไรต่าง ๆ และผมเคยคิดเช่นนั้นเสมอมา
ทว่าโลกความจริงมันไม่ได้สวยหรูเลย การมีแพลตฟอร์มที่เยอะมากขึ้นมันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น
- ต้องดูแลบัญชีผู้ใช้งานกับรหัสผ่านที่มากขึ้น (โดยเฉพาะในยุคนี้ถ้าคุณไม่มี Passkey หรือ Password Manager ใช้จะปวดหัวมาก)
- ต้องตรวจ Term of Services และ Privacy Policy อยู่เรื่อย ๆ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (ยกเว้น NOSTR)
- ต้องเสียเวลาเรียนรู้วิธีการใช้งานที่ใหม่ตั้งแต่ต้น และเรียนรู้หลักการทำงานของแต่ละแพลตฟอร์ม (ที่มีอัลกอริธึมในการจัดเนื้อหาเสิร์ฟคน)
แต่ในกรณีที่สุดโต่ง (อย่างผม) ที่ตัดสินใจ "เลิกใช้" ที่เก่าแล้วย้ายไปที่อื่นที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักเลย เช่น NOSTR, Mastodon, Bluesky (ซึ่งอันนี้ผมได้ Invite มา ก่อนที่จะเปิดสาธารณะภายหลัง) มันกลับต้องแลกไปเยอะกว่านั้น
ผมเสียอะไรไปบ้างจากการเลิกใช้ X ?
-
เพื่อนสนิท/เพื่อนร่วมสายงาน/ผู้ติดตามเดิม จะไม่ตามเรามาในที่แห่งใหม่ด้วย ข้อนี้ผมเข้าใจดี เพราะมันเป็นธรรมชาติของคนเราที่ชอบอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ชิน สะดวก และมีผู้คนรวมกลุ่มกันเยอะ การที่จู่ ๆ จะมีใครสักคนบอกว่าจะไปอยู่ที่อื่นที่พวกเขาไม่รู้จักเลย ต่อให้คนคนนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหนส่วนมากก็ไม่ตามกันไปหรอก คนที่ตามไปคือต้องรักพวกเขาเหล่านั้นมากพอด้วย ซึ่งในกรณีผมก็คือมันแทบจะไม่มีค่าอะไรให้คนต้องทิ้งที่เก่าเพื่อมาติดตามผมในที่ใหม่ตั้งแต่แรก ทำใจยอมรับตั้งแต่แรกที่ตัดสินใจจะจากมาเลยล่ะ
-
การติดตามข่าวสาร/ติดต่องานกับผู้คนจะยากขึ้น แน่นอน ในขณะที่คนส่วนใหญ่มีช่องทางข่าวสารและช่องทางติดต่อเรื่องงานในแพลตฟอร์มเก่าอันเป็นเรื่องปกติ การตัดสินใจหักดิบไปอยู่ที่อื่นก็ทำให้เรื่องนี้มีปัญหาสุด ๆ ไปเลย เช่น เวลามีเพื่อนร่วมสายงานติดต่อมาคอแลปด้วยก็ต้องใช้วิธีติดต่อช่องทางพิเศษเอา เช่น Discord ที่ผมไม่เปิดรับคนเพิ่มเพื่อนแบบสาธารณะ หรือ DM ใน Bluesky ที่คนเล่นน้อยมากด้วย นี่ยังไม่นับว่าเวลามีการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจแต่เราก็เข้าร่วมไม่ได้เพราะเราไม่ได้ใช้แพลตฟอร์มเหล่านั้นติดต่อกับใครอีกนะ ทำให้่เสียสิทธิ์ไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้ (และโทษใครไม่ได้ เราเลือกเลิกใช้มันเอง)
-
อยู่ในสถานที่ใหม่แบบเหงา ๆ แม้ธรรมชาติผมจะเป็นคนที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใครนอกจากเวลาทำคอนเทนต์ ทำให้ไม่มีโอกาสได้คุยกันนอกเวลากับคนอื่น แต่ตอนอยู่ที่ X ผมจะมีโอกาสคุยกับคนอื่นด้วยการ Mention ใต้ทวีตของเขา ยิงมุกมั่ง เข้าไปแสดงความชื่นชมผลงานมั่ง ร่วมกิจกรรมใต้ทวีตมั่ง ฯลฯ และผมมีเพื่อนจากตรงนั้นมากกว่าการ DM อีก การเลิกใช้แพลตฟอร์มเก่าแบบหักดิบเพื่อย้ายไปที่ใหม่ซึ่ง...คนยังน้อยอยู่ (ระยะแรกเรียกว่าร้างยังได้เลยมั้ง) มันก็ยิ่งทำให้ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับคนอื่นหนักเข้าไปอีก เพราะหลายคนใช้มันเหมือนเป็น Backup โพสต์จากที่เก่ามากกว่า เราเลยเหมือนไม่ได้คุยกับมนุษย์เลย (เพราะมีแต่บอทรีโพสต์) แล้วบางคนยังไม่รู้เลยว่ากรณี Bluesky ตอนแรกมันไม่มี DM แต่ตอนนี้มีแล้ว มันก็ยิ่งทำให้เราไม่ได้ทำอย่างอื่นในที่ใหม่นอกจากเอาลิงก์เนื้อหาใหม่ที่สร้างไปแปะไว้เฉย ๆ แล้วไม่คุยกัยใครต่อ เหงา ๆ กันไป ยังไม่นับว่าความสนใจของผู้ใช้แต่ละแพลตฟอร์มเองก็ไม่ตรงกันด้วย อย่าง NOSTR ชาวไทยก็คุยกันแต่เรื่อง Bitcoin หรือ Bluesky ที่คุยกันแต่เรื่องงานอาร์ท (และประเด็น Woke ในช่วงปี 2024) ถ้าเราไม่ใช่คนที่มีความสนใจตรงกันก็ยิ่งคุยได้ยาก...ซึ่งแน่นอนว่าก็ต้องปรับตัวกันไปตามสถานที่ที่อยากอยู่
และผลพวงจากสองสามอย่างข้างต้นก็ถือว่าเป็นราคาที่ต้องจ่ายเยอะมาก เพราะผลกระทบที่ตามมาคือ "คนลืมเรา" บางครั้งที่ผมไปแอบทักเพื่อนเก่าร่วมวงการในไลฟ์ของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติคือ "อ้าว ! สวัสดีคุณซอลตี้/เกลือ เป็นไงมั่งไม่เจอกันนานเลย ยังไลฟ์อยู่มั้ย ?" ครับ...พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรายังเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์อยู่ทุกสัปดาห์ในช่องทางหลักตลอดด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็เป็นผลจากการที่ผมเลือกทิ้งช่องทาง X ไปอยู่ที่อื่นแบบหักดิบไปเลยนั่นแหละ ทำตัวเองล้วน ๆ
เสียไปขนาดนี้มันคุ้มหรอกับการหักดิบ ?
ด้วยความสัตย์จริงเลย แม้ผมจะมีอุปสรรคกับการประกาศว่าลงเนื้อหาอะไรใหม่ ๆ อยู่ แต่ท้ายที่สุดก็จะชินและรับมือได้แหละ ทว่าสิ่งที่ผมเสียไปจากการหักดิบเรื่องนี้ (และผมมักบอกคนอื่นอยู่เสมอว่าอย่าหาทำแบบนี้เลย) แต่ผมก็ได้อะไรกลับมาเยอะในช่วงสองปีที่เลิกเล่นไปนี่แหละ
-
ผมได้มีเวลาใส่ใจกับชีวิตตัวเองเยอะขึ้น(มาก) ในสมัยก่อนพอตื่นนอนและจัดการธุระส่วนตัวจบแล้ว ก่อนทำงานก็จะต้องเข้าไปไถดูฟีดว่าวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง การแจ้งเตือนวันนี้เกิดอะไร มีใครคุยกับเรามั้ย ไปตอบกลับอย่างไรดี แล้วก็จะไหลลลลล...ยาว กว่าจะได้เริ่มทำงานจริงก็เสียไปหลายนาทีอยู่ (และนี่ไม่นับว่าช่วงพักผ่อนที่ไปไถอีกนะ ก็จะเสียเยอะขึ้นไปอีก) กลายเป็นวันทุกวันนี้ผมได้เวลาคืนจากส่วนนี้มาพอสมควร เลยเอาไปจัดสรรปันส่วนให้ชีวิตตัวเองลงตัวขึ้น เช่น ทำงานได้นานขึ้น ไลฟ์คุยแต่ละหัวข้อได้นานขึ้น (แม้ว่าปกติก็นานอยู่แล้ว) นั่งดูรายการที่ตัวเองชอบได้เยอะขึ้น แม้กระทั่งได้นอนมากขึ้น (ถ้าวันนั้นไม่ได้ไลฟ์/ติดเกมน่ะนะ) เพราะเหมือนผมได้ลดการใช้ SNS ลงไปจากการหักดิบเลิกใช้ X นั่นแหละ แล้วมันเกิด Side Effect กับชีวิตบางอย่างด้วย คือ พอเลิกเล่น X ไปแล้ว...ผมก็พลอยเคลื่อนไหวในทุกโซเชียลน้อยลงไปเลย จากปกติจะพิมพ์อะไรมากมายก็กลายเป็นแทบไม่เข้า (อันหลังนี่ต้องขออภัยจริง ๆ มันเลยกลายเป็นว่าแปะแต่ลิงก์ไลฟ์แล้วจากไป เหมือน Spam Bot แต่ไม่ใช่โว้ย !! โพสต์เองนี่แหละ)
-
สมองโล่งจากการที่ไม่มีเรื่องที่ไม่จำเป็นมารกหัว ใครที่เคยใช้ X มาบ้างคงรู้ธรรมชาติของผู้คนที่สุดแทนจะ "UNIQUE ~~และปสด.~~" เมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ จนผมเองก็ยังแปลกใจ มันเป็นแพลตฟอร์มที่รวมตัวคนจำนวนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าไปเก็บกดอะไรในชีวิตโลกความจริง เขาเลยใช้ที่นั่นเหมือนเป็นกระโถนที่คอยอาเจียนขับถ่ายของเสียงต่าง ๆ นานาออกมา ไม่ว่าจะเป็นการบ่นเรื่องที่เจอแบบ"ต้อง"กระทบกระเทียบคนอื่น การยกทัวร์ไปลงคนที่เห็นต่าง (ซึ่งเยอะกว่าที่อื่น หรือเพราะอัลกอริธึมทำให้ผมไม่ค่อยเห็นของที่อื่นเยอะเท่าที่นี่ก็ไม่รู้) การแขวนประจานคนที่ไม่ชอบไม่ถูกใจซึ่งบางทีก็เอาเรื่องจริงมาแขวนทั้งที่มันสามารถเคลียร์กันสองคนได้แต่แรก บางทีก็เป็นเรื่องจริงผสมเรื่องแต่ง บางทีก็เรื่องแต่งล้วนไม่มีมูลความจริงอะไรเลย หรือแม้แต่การปั่นประสาทไป ๆ มา ๆ เพราะคิดว่าตัวเองเป็น Joker ใน DC Comics ที่อยากให้โลกลุกเป็นไฟแล้วตัวเองหัวเราะร่าอย่างมีความสุข คือแพลตฟอร์มอื่นก็มีแต่ไม่เยอะเท่าที่นี่ แปลกชะมัด ซึ่งการที่ผมเลิกเล่น X ไปมันทำให้เรื่องราวเหล่านี้แทบไม่มาเข้าหัวผมเลย เรียกว่าจาก 100% ก็เหลือแค่ 1% แทบจะในทันที และมันส่งผลให้จิตใจสงบขึ้น มีสมาธิในการใช้ชีวิตและทำงานมากขึ้น Productivity เกิดเยอะขึ้น และยังมองสิ่งต่าง ๆ ทั้งในชีวิตจริงและในโลกโซเชียลด้วยจิตใจที่เป็นกลางมากขึ้นจากการมองเห็นกลุ่มความคิดที่หลากหลายมากขึ้นด้วย
-
หลุดพ้นจากกรอบเกณฑ์ของเจ้าของแพลตฟอร์ม ข้อนี้เหมือนจะไกลตัวแต่ไม่เลย ในช่วงชีวิตที่ยังเคลื่อนไหวใน X อยู่ผมก็ไม่ต่างจากคนอื่นที่ต้องทำคอนเทนต์ออนไลน์ คือเราต้องดูกระแสว่าตอนนี้อะไรกำลังมา โพสต์แบบไหนกำลังเป็นเทรนด์ ยิ่งช่วงที่แพลตฟอร์มเอาข้อมูล Impression มาแปะโชว์ในทุกโพสต์แบบสาธารณะก็ยิ่งทำให้เกิดการแข่งขันมากขึ้นไปอีก (แต่จากที่ผมเห็นคือกลายเป็นคนปั่นดราม่ามากขึ้น Rage Bait มากขึ้นซะอย่างนั้น) แล้วพอเรามาเห็นยอด Engagement ที่น้อยกว่าคนอื่นก็เกิดการเปรียบเทียบไปมาว่าเรามันไม่มีความสามารถ เรามันแย่กว่าคนอื่น ทำยังไงถึงจะดังได้มากกว่านี้ ฯลฯ นี่ยังไม่นับว่าต้องมาระแวงอีกว่าโพสต์แล้วจะโดน Shadow Ban มั้ย โพสต์ไปจะโดนบินเพราะอัลกอริธึมคิดว่าตอนนั้นเราละเมิดมาตรฐานชุมชนรึเปล่า เอาเป็นว่าประสาทกินกับเรื่องพวกนี้รายวันเลยโดยเฉพาะช่วงถูกซื้อกิจการแล้วเปลี่ยนชื่อเนี่ย แต่พอเลิกเล่นแล้วกระจายตัวไปที่อื่น (โดยเฉพาะที่ที่ความกระจายศูนย์) ผมไม่ต้องมากังวลกับเรื่องพวกนี้ "อีกเลย" ในที่ที่มีการควบคุมมาตรฐานชุมชนบางทีผมก็ยังเล่น แต่เรากังวลน้อยลง ต่อให้ถูกเข้าใจผิดว่าทำอะไรผิดกฎก็ไม่แคร์ เพราะเรามีช่องทางอื่นให้ติดตามอีก ยิ่งในที่ที่ไม่มีกฎเกณฑ์เลยก็ยิ่งสบาย เรามีสิทธิ์จะโพสต์อะไรก็ได้ จะพูดอะไรก็ได้ที่เราอยากพูด ไม่ต้องมากังวลเอาใจเจ้าที่ว่าแบบนี้ไม่เหมาะไม่ควร เราจะทำอะไรก็ทำได้ทั้งนั้น (ยิ่งถ้า NOSTR ยิ่งเป็น Anti-Censorship เลย ไม่มีใครห้ามได้ ไม่มีใครลบอุ้ม Note ของเราหายได้ มันจะอยู่แบบนั้นไปจนกว่าจะไม่มีใครรัน Relay ต่อ) และที่ตลกสำรับตัวผมคนเดียวก็คือ พอเริ่มไม่ผูกพันกับกฎเกณฑ์ของแพลต์ฟอร์มใด มีอิสรภาพมากพอที่จะแสดงออกทางความคิดมากขึ้น ผมกลับรู้สึกว่าเราต้องยิ่งรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองแสดงออกมากขึ้น คิดมากขึ้น ไตร่ตรองมากขึ้น และต้องยอมรับผลที่ตามมากมากขึ้น (ทั้งที่บางคนมองว่าการมีอิสรภาพมากเกินไปจะทำให้เราไม่รับผิดชอบอะไรและสร้างความเละเทะมากขึ้น) ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนั้นจริง ๆ แต่หาคำอธิบายไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
-
~~มีเวลาเล่นเกมมากขึ้น (อันนี้ส่วนตัว ไม่นับ แต่อยากบอก)~~
เขียนมายืดยาว แต่สรุปก็คือ การหักดิบในวันนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียเกิดขึ้น มีบางสิ่งที่ผมได้รับมาและมันทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น และก็ต้องแลกกับบางอย่างที่ไม่สะดวกสบายแถมติดต่อกันยากไปอีก
ส่วนตัวผมมองว่ามันคุ้มค่านะที่ชีวิตโดยรวมจะดีขึ้นเพียงเพราะเราตัดอะไรบางอย่างออกจากชีวิตไป แต่คุณจะคิดอย่างไรและจะเลือกแบบไหนมันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลเลยครับ ต่อให้ผมเขียนยืดยาวมากกว่านี้ก็ไม่สามารถไปมีอำนาจบังคับหรือแม้แต่โน้มน้าวให้คุณคิดและทำตามผมได้หรอก ผมก็ยังบอกอยู่เลยว่าการหักดิบแบบนี้อย่าหาทำ
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ หากมีใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็อยากให้ทุกคนลองตัดสินใจกันให้ดี ๆ นะ ถ้าคิดว่าย้ายออกไปแล้วมันไม่คุ้ม เสียมากกว่าได้ ชีวิตลำบากขึ้น คุณก็อยู่ที่เดิมไปก่อน แต่ถ้าคิดว่าคุ้ม ได้มากกว่าเสีย ชีวิตมีแนวโน้มดีขึ้น ก็ออกมาเถอะครับ อย่าทรมานอยู่เลย และอันที่จริงไม่ต้องเลือกเลยก็ได้ ใช้มันทุกที่ทุกแพลตฟอร์มไปเลยถ้าดูแลไหว หรือจะเลิกมันทุกที่แล้วใช้ชีวิตแบบ No Social Network ไปเลยก็ได้ เพราะไม่ว่าทางเลือกไหนก็ไม่มีทางเลือกที่ผิดทั้งนั้น ชีวิตคุณคุณตัดสินใจเองได้เสมอ
ผมเขียนมาทั้งหมดเพื่อบอกกล่าวแลกเปลี่ยนว่าผมได้และเสียอะไรไปจากการเลิกใช้แพลตฟอร์มหลักมา 2 ปีอย่างจริงจัง เผื่อมีใครกำลังประสบกับนโยบายบ้าบอของแพลตฟอร์มหรืออึกอัดกับการใช้มันจนรู้สึกวุ่วามอยากจะออกมาอยู่ เผื่อถ้ามีใครมาอ่านเจอที่นี่ก็หวังว่าจะช่วยประกอบการตัดสินใจได้นะครับ คุณไม่จำเป็นต้องไปตายเอาดาบหน้าเหมือนที่ผมและเหล่าผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มลองผิดลองถูกกันมานั่นแหละ