UEFA Women's Champions League 2024-2025 The Winner is Arsenal #arsenal #siamstr image
วันนี้ขอมาแนะนำการเอา Sats ไปต่อ Sats ใน LN Market ซึ่งก็เป็นวิธีการเพิ่ม Sats ด้วย Sats ที่เรามีอย่างนึง สำหรับผู้รักความเสี่ยง(ผีพนัน) หลักการคำนวณยอดเงินที่ใช้วาง Margin ของ LN Market นั้น เค้าจะถือว่าทุกครั้งที่เราเปิด Position เท่ากับการเอา Sats ที่เรามีมาวางเป็น Margin แทนเงิน USD แล้วผลกำไรขาดทุนที่ได้จะถูกคำนวณกลับไปเป็น Sats ดังนั้น จะไม่มีการขาย Sats ไปเป็น USD หรือ ขาย USD กลับไปเป็น Sats แต่อย่างใด เมื่อทำการปิด Position ลงไป เราก็จะได้รับ Sats จำนวนเท่าเดิมกับที่เราวาง Margin ไว้ +/- ด้วย Profit/Loss ที่คำนวณมาเป็น Sats แล้วคืนกลับมา และแน่นอนการฝากถอนก็ทำได้ผ่าน Lightning network ก็ถือเป็นการนำ Sats ไปหมุนหา Sats เพิ่ม ที่น่าสนใจอย่างนึง แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การกระทำเช่นนี้ เราไม่ได้ คาดหวังผลว่าจะได้ Sats เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นหลัก แถมตรงข้ามเลย เราใช้ Sats จำนวนเล็กน้อยเท่าหมอยมด ที่เราพร้อมจะเสียมันไปอยู่แล้ว ทั้งจากการแทงพนันพลาดและจากการปิดตัวไปของ web โดยที่เราคาดไม่ถึงเอาไว้แล้ว โดยที่ทำไปเช่นนั้นก็เพื่อแก้อาการคันมือ จะได้ไม่ไปยุ่งกับ #bitcoin ที่เรามีไว้ถือ Hold อย่างแท้จริง เพียงแค่นั้นเอง image
G Token = Pandora’s Box. ใครจะเห็นมันเป็นยังไงฉันไม่รู้ แต่สำหรับฉันแล้ว มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรไปเปิดมันออกมาจริงๆ คุณแน่ใจจริงๆ รึ? ว่าคุณจะควบคุมความโลภ ของนักการเมืองได้ #siamstr
และแล้วก็ขึ้นมาติด Top5 #siamstr #bitcoin image
ขอ Note อะไรที่ยาวๆ และไม่เกี่ยวกับ Bitcoin สักหน่อย เป็นอะไรที่อยากแสดงความเห็นมานาน แต่ก็ไม่กล้าโต้ตอบประเด็นนี้ตรงๆ ในพื้นที่ของใคร คือ มีคนจำนวนมาก(ถึงขั้นอาจจะส่วนใหญ่บนโลกนี้ก็ว่าได้) ที่มีความเชื่อว่า ต้องมีผู้ที่คอยสร้างสรรพสิ่ง โดยเฉพาะบรรดาสิ่งที่มีความสลับซับซ้อนทั้งหลาย เช่น สิ่งมีชีวิต โลก ดวงดาว จักรวาล มันเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีผู้สร้าง สร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็น พระเจ้า Alien หรือ Matrix ฯลฯ แล้วก็มักมีการยกตัวอย่างด้วยการ นำวัตถุดิบ หรือองค์ประกอบของสิ่งที่มีความซับซ้อนที่มนุษย์สร้างขึ้น มาถอดชิ้นส่วน แล้วมากองรวมกัน แล้วจัดการพวกมันด้วย กระบวนการใดการะบวนการหนึ่งเพียงกระบวนการเดียว ซึ่งมักถูกยกตัวอย่างด้วยวิธีการจับทุกอย่างใส่กล่องแล้วเขย่า เป็นเวลาอันแสนยาวนาน แล้วถามว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกอบกลับมาเป็นของสิ่งนั้น เพื่อยืนยันความเชื่อ เรื่องที่ต้องมีผู้สร้างมันขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีทาง ที่ชิ้นส่วน จะมาประกอบกันเองได้ ผู้ที่มีความเชื่อว่าไม่มีผู้สร้างอย่างผม ก็เห็นด้วยในหลักการที่ยกมานั้นว่า มันคงไม่สามารถมาประกอบรวมกลับมาเป็นเช่นเดิมได้อีกแน่ๆ หากกระทำการด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งนั้นเพียงอย่างเดียวต่อให้ใช้เวลายาวนานเท่าไร เพียงแต่ ผมก็มีความคิดว่า สิ่งที่มีความสลับซับซ้อนทั้งหลายนั้นย่อมไม่ได้ถูกสร้างจากการทำซ้ำ Process เดียว ในระยะเวลายาวนาน แค่นั้น ดังเช่นตัวอย่างที่ผู้มีความเชื่อเรื่องผู้สร้าง ได้ยกมาเปรียบ โดยตัวผมจะคล้อยตามความเชื่อที่ว่า ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเกิดจาก สิ่งหนึ่ง ได้สร้างการกระทำ(กรรม)กับ อีกสิ่งหนึ่ง ด้วย วิธีการต่างๆ นานา ที่แปรเปลี่ยนไปตาม เหตุ และ ปัจจัย ณ ช่วงเวลาแต่ละขณะนั้น แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาอันยาวไกล ซึ่งมันอาจเริ่มจากจุดเริ่มที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยที่สลับซับซ้อนใดๆ เลย ก็ได้ แต่มีการกระทำกันจนได้ถือกำเนิดเกิด สิ่งใหม่ สภาวะใหม่ กระบวนการใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า เหตุปัจจัยใหม่ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนหน้านั้น แล้วเมื่อผ่านกาลเวลาอันยาวไกลต่อไปๆ จำนวนแห่งเหตุปัจจัย หรือ ผลลัพธ์(วิบาก) และ วิธีการกระทำ(กรรม) ก็ยิ่งมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นๆ ผลลัพธ์เริ่มมีความสลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นทีละนิดๆ จนเป็นเหตุให้เกิด สิ่งที่มีความสลับซับซ้อนมากๆ อย่างเช่น สิ่งมีชีวิต ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาได้ในที่สุด มันก็คือการสืบทอดต่อๆ กันไปเรื่อยๆ ของตัวแปรเก่าใหม่นับไม่ถ้วน ด้วยวิธีการที่มากเกินจินตนาการได้หมด ภายใต้ระยะเวลาที่นานเกินใครจะประมาณได้ บางสิ่งก็เกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไปเพราะเหตุปัจจัยไม่พร้อมให้ตั้งอยู่ได้นาน บางสิ่งก็ตั้งอยู่ได้นานจนราวกับว่ามันจะคงอยู่ได้ตลอดไปเพราะเหตุปัจจัยยังดำรงอยู่ และได้เป็น เหตุปัจจัยให้เกิด สิ่งต่างๆ ขึ้นใหม่อีกมากมาย จนราวกับสิ่งนั้นเป็น “ผู้สร้าง” แต่สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งล้วน อนัตตา เป็นเพียงการรวมกันของ มวลแห่งเหตุและปัจจัย ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น มิได้มีตัวมีตนอยู่จริงๆ เลย สักอย่างเดียว แม้แต่สิ่งที่ถูกเรียกว่าผู้สร้าง ก็ตาม สิ่งใหม่จึงเกิดขึ้นเพราะสิ่งเก่าไม่ยอมรับความดับไปของตน จนเกิดการสร้างสิ่งใหม่สืบทอดต่อๆ กันไปทั้งด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ #siamstr