เออ จริงๆก็ไม่เห็นต้องเอา resolution ไปผูกกะเลขปีก็ได้ อยากทำอะไรตอนไหนก็ทำเส้ จะรอเลขปีอยู่ไย ต้องรอเบิกงบอ่อ แต่ปีงบรัฐมันตัดเดิอน ตค. นินา 555555 แต่ถ้าช่วงนี้ใครมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เพราะมันอยู่ในช่วงปีใหม่ motivation กำลังดีด ก็จัดไปนะครับ #siamstr View quoted note →
New year resolution ดูเป็นอะไรที่ผู้คนดูเสื่อมศรัทธาไปแล้วรึป่าวนะ เพราะคนส่วนใหญ่ตั้งเป้าหมายแล้วทำไม่ได้ ผมก็ด้วย 55555 แต่คิดดูสิ ถ้าเราทำได้ เราจะกลายเป็น 1% winner เลยนะ ข้อดีของการเป็น 1% winner คืออะไร ? คิดดู ในโลกนี้ อะไรที่ยากๆ คนกี่ % ที่เป็น winner : เช่น การเทรดไง มีผู้ชนะแค่ 1% หลายคนอาจมองว่าการเทรดกะการทำตาม new year resolution มันคนละเรื่องกัน แต่ผมมองว่า การจะเป็นนักเทรดที่สำเร็จได้ คุณต้องเป็นคนที่ “reliable” อะ และการทำตามเป้าของตัวเองได้ ก็เป็นคุณสมบัตินึงที่น่าจะอยู่ในนิยามของ “reliable” มั้งนะ #siamstr
คนไทยที่ใช้งาน Damus ใน IOS ไปกดกันได้นะ ผมเห็นเพจ Damus repost note นี้ คิดว่าเป็น verification ความปลอดภัยระดับนึง #siamstr View quoted note →
เวลาใช้ calorie meter Glucose 1 mol (180 g) โยนเข้าเตาเผาจะให้พลังงาน ~720 kcal ATP 1 mol เวลาทำปฏิกริยา hydrolysis ตามสมการ ATP + H2O > ADP + PO4 จะคายพลังงาน 7.3 kcal/mol Glucose 1 mol (สามารถเผาได้ 720 kcal) ตาม biochem จะถูกเซลล์แปรสภาพเป็น ATP 32 mol (ซึ่งทำปฏิกริยาแปลงเป็น ADP แล้วจะได้ 233.6 kcal) สายนับแคลชอบพูดว่าศาสตร์นับ cal คือ thermodynamic (cal in = cal out + wt gain) แต่นี่แค่คำนวณ theoretical input vs theoretical output (ไม่ได้คิดถึง efficiency หรือการสูญเสียพลังงาน) ยังเจอว่าพลังงานหายไปดื้อๆ 60% เลยนะ 55555555 #siamstr หรือจริงๆแล้ว glucose 1 mol มันเข้าไมโทคอนเดรียแล้วออกมาเป็น ATP 98 mol แบบว่าเสกคาร์บอนจากอากาศได้ 5555555555555555 image
Re-introducing 3-oil หลังจากหยุดไปนาน ก็พบว่าไม่มีเลือดออกมาทางตรูดอีกเลย คาดว่าแผลริดสีดวงหรือรอยฉีกอะไรที่ตามที่เกิดขึ้นสามารถสมานได้ดีขึ้นแล้ว วันนี้เลยลองกลับมาใช้แค่ 25% ของที่เคยใช้ และตรูไม่นั่งผสม emulsion ละ ตรูเบื่อกลิ่น fruity ที่มาจากน้ำส้มสายชูหมัก 555555 เอาจริงๆ มันมีหน้าที่อะไรสำหรับชาว LCHF ที่ใช้น้ำสลัด 3 oil กันนะ -เอามาลด glucose spike ก็ไม่น่าใช่เพราะสายนี้เวลากิน 3 oil เมิงจะเลี่ยงคาร์บแฝงจากพืชกันชิบหาย -เอามาช่วยเพิ่มความเป็นกรดให้กะเพาะ? อันนี้ไม่ต้องทำแลปให้ดูอะ คิดง่ายๆ 1% acetic ที่เรากินกัน จะมี pH ประมาณ 4 ส่วน 0.1 N HCl ในกะเพาะจะมี pH ตีกลมๆประมาณ 1 โอ้ยต่างกันแค่ 3 pH เอ๊ง ความหมายคือความเป็นกรดต่างกัน 1,000 เท่า หยดเข้าไป 1 ช้อนโต๊ะ pH meter มันไม่กระดิกให้นะ ยกเว้นซื้อแบบทศนิยม 4 ตำแหน่ง 5555555 อ่อ หรือ acetic acid มันไปโผล่ที่ลำไส้ได้ เพราะดูโอดีนัมมันจะมี pH ประมาณ 4.5 พอดีกะกรดที่เรากิน 5555555 -เอามาช่วย emulsify ตัว 3 oil ให้เป็น emulsion ช่วยลด side effects ที่จะเกิดกะทางเดินอาหาร อันนี้ผม +- แหะ หลายๆคนคงมองว่าร่างกายบางคนผลิตน้ำดีได้ไม่พอจะกิน 3 oil เลยต้องช่วยทำให้เขาอยู่ใน form oil in water emulsion ก่อน แล้วน้ำดีจะได้ปิดงานได้ชิวๆ คือมันก็ make sense โดยเฉพาะในผู้เริ่มต้น แต่ถ้าเอามาแค่นี้ งั้นแค่น้ำเปล่าก็ทำได้ อ่อต้องเป็นกรดเพื่อให้ออกรสเปรี้ยว งั้นน้ำส้มสายชูขาวก็ทำได้นิ มี acetic acid เหมือนกัน ถูกกว่าเยอะด้วย 555555 คือเราเข้าใจหน้าที่ของน้ำมันอื่นๆตามหลักของสายนี้นะ แต่หน้าที่ของน้ำส้มสายชูหมักหรูๆ เออทำไมต้องใช้ของหรู ละที่ดื่มระหว่างมื้อแก้ปากว่าง เวลาหัด if มันเอาเกลือผสมน้ำส้มสายชูขาวเอาก็ได้มะ หรือเพราะมันถูกจัดมันเลยไม่มีใครจะทำเปเปอร์ พอไม่มีเปเปอร์คนเลยไม่กล้าใช้ สงสัยต้องซื้อ CGM มาติดละกินน้ำตาลเทียบผลน้ำส้มสายชูสองแบบดู 555555 #siamstr
คนที่พูดว่า “มื้อเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุด” แต่ตอนกินมื้อเช้า มึงแค่ตักผงใส่ขวด shake ดื่ม ผมว่ามึงย้อนแย้งในตัวเองนะ มื้อสำคัญสุดแต่มึงทำแบบมักง่ายอะะ #siamstr
สมัยเป็น degen level 1 ผมตาม prop trader คนนึง เขาเป็นคนนึงที่มีสไตล์สอน บริหารพอตด้วยสูตร return = alpha + beta + cash Keyword ที่นักเทรดสายนี้ต้องพูดคำนึงคือคำว่า “Close system” ที่แปลแบบง่ายๆได้ว่าระบบที่เตรียมเงินไว้เพียงพอสำหรับซื้อแล้วสินค้าที่ต้องการเทรด คือเน้นอยู่รอดมากกว่ารวยเร็ว ซึ่งสายนี้มักเอามาคอมโบกับ “zone trading” หรือ “grid trading” ที่เน้นให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากร มากกว่าการพยายาม identify สภาวะตลาด เช่นว่ามันกำลัง uptrend หรือ downtrend กำลังเวฟไหน มีแพทเทินอะไร ประมาณว่า ในเมื่อเรา identify จุดราคาที่ optimal ที่สุดไม่ได้ เราก็จัดสรรทรัพยากรให้เทรดเป็น ช่วงราคา และใช้ close system ที่ทำให้สามารถอยู่รอดในระยะยาวได้ มีคนถามเขาว่า ถ้าเราพลาด เรากด buy แล้วตลาดเป็นขาลง ร่วงจนต่ำกว่าราคาที่เราซื้อ เราบริหารยังไงได้บ้าง -การเอาทรัพยากรที่ยังเหลืออยู่ หรือแบ่งไว้แต่แรก มาเทรดในโซนราคาด้านล่าง เพื่อพยายามทำกำไรให้ cover การขาดทุนจาก position ที่ดอย และสามารถเอากำไรไปคัทไม้ที่ดอยได้โดยไม่เสียทุนเริ่มต้น -waiting as a strategy การรอให้ราคามันกลับมา จนเราหลุดดอย ซึ่งการจะใช้กลยุทธ์นี้ได้ ผู้เทรดต้องเลือกสินค้าที่ตนศรัทธา ว่ามันจะไม่ไร้ค่า และกลับขึ้นมาได้ (remind: ศรัทธา คือ เชื่อ + ปัญญา) โดยเขาได้ให้ตัวอย่างสินค้าในตอนนั้นเป็น stock index, gold, oil จริงๆมีอีกเยอะ แต่ผมจะโฟกัสที่ 2 อย่างนี้ คือ การมีแผนบริหารจัดการเงินทุนและการรอ คือถ้า 2 สิ่งนี้ มันสามารถเป็นส่วนประกอบของระบบเทรด ระบบเก็งกำไรได้ มันก็ควรเอามาใช้กะระบบ “ออม” ได้นะ การบริหารความเสี่ยง, บริหารสภาพคล่อง และถ้าเราต้องรอ ก็รออย่างศรัทธา (และศรัทธาอย่างมีปัญญา คือ เข้าใจสินค้า) คือไม่ใช่ไร เบื่อเวลาเจอนักเทรดสาย directional พอเห็น hodler ที่ถือไม่ขายแม้ราคาจะ -80% ก็มาแซะเขาว่าไม่บริหารความเสี่ยง คือการที่คนเราติดดอยเนี่ย มันไม่จำเป็นต้องเกิดจากการไม่บริหารความเสี่ยงไง ถ้ากูมีตัง 100,000 แล้วกูบริหาร capital มาซื้อ 1,000 ต่อให้มันลงไปถึง 0 กูก็ dd แค่ 1% แบบไม่โดนบังคับขายเฟ้ย ความเสี่ยงมันเป็นสิ่งที่เจ้าของบัญชีคุม ไม่ใช่สินทรัพย์คุม #siamstr
มันจะมี อ. คนหนึ่ง ปากบอกเกลียด bitcoin นักเกลียด bitcoin หนา แต่ขยันโพสยุให้ ธปท. printer go brr เหลือเกิ๊น ถ้าเกลียด bitcoin จริง มันก็ควรรักษามูลค่าของเงินเฟียตที่ท่านรักเอาไว้นะ 🤣 #siamstr
#siamstr For those who can listen english And also View quoted note →
งงว่าสื่อหลักจะปั่นข่าวโนโรไวรัสอะไรมากมาย (ปั่นอย่างเดียวแต่ไม่ให้ความรู้ซะด้วย) Viral diarrhea มีในไทยมานานแล้ว ไม่รู้อาชีพอื่นสอนยังไง แต่อาจารย์จะสอนเภสัชร้านยาว่า ให้ supportive ด้วยเกลือแร่คือจบ ไม่ต้องทะลึ่งจ่าย Norflox หรือ antibiotic ใดๆซึ่งไว้ฆ่าแบคทีเรียไม่ได้ฆ่าไวรัส คือรักษาแบบอาหารเป็นพิษเลย ถ้าอาการดูแย่ เห็น sign การขาดน้ำขาดเกลือแร่ก็ค่อย refer ให้ รพ.จัดการ สังเกตว่าโรคในคนที่เป็นแบบ mild สามารถจบในร้านยาได้ จบแบบไม่ขายของอะไรให้ลูกค้ายังได้ ให้ไปตักเกลือชงกินเองที่บ้านเอา (WHO ให้ตักเกลือ 2 ช้อนชา + น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำสะอาด 1 แก้ว) ผมมองว่าน้ำตาลไม่จำเป็นต้องเยอะขนาดนั้น และถ้าเยอะไปจะท้องเสียหนักขึ้นได้ (น้ำตาลแค่ไว้ช่วยส่งเกลือแร่เข้าเซลล์เฉยๆ ตัวที่ทำให้เราดีขึ้นจาก “อาการขาดเกลือแร่” ก็คือ “เกลือแร่”) โดยผมมองว่าเกลือชมพู เกลือทะเล ดีกว่าเกลืออุตสาหกรรมเพราะมันมี potassium ด้วย ซึ่งสูญเสียเวลาท้องเสียเยอะเหมือนกัน แหม ถ้าจะเสนอข่าวแบบบอกชื่อไวรัส ก็ช่วยบอกมาด้วยเถอะว่าไวรัสนี้อยู่รอบตัว ก่อโรคท้องเสียมานานแล้ว ทำเป็นบอกชื่อลอยๆ กะให้คนแพนิคชื่อเชื้อแปลกๆเพื่อขายวัคซีนหรือยังไง #siamstr image