
🌌 บทความไทยเชิงลึก: ควอนตัมไบโอโลยีและบทบาทของ Entanglement–Tunneling ใน Non-Targeted Effects (NTE) ของรังสีไอออไนซ์
⸻
1) บทนำ: เหตุใดเซลล์ “ไม่โดนรังสี” จึงตอบสนองเหมือนโดน?
งานวิจัยกว่า 30 ปีพบว่า
รังสีไอออไนซ์แม้จะฉายโดนเพียงบางเซลล์ แต่กลับทำให้ เซลล์ที่ไม่ได้โดนรังสี แสดงพฤติกรรมของการถูกทำร้ายด้วย
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Non-Targeted Effects (NTE) หรือ Radiation-Induced Bystander Effects (RIBE) [1–4]
ลักษณะสำคัญของ NTE ได้แก่
• เกิด สัญญาณจากเซลล์ที่ถูกฉายรังสีไปยังเซลล์ที่ไม่ได้โดน
• เกิดผ่าน photon emission (UVA), Ca²⁺ flux, ion-channel perturbation [20]
• มีการปล่อย exosomes บรรทุกข้อมูลความเสียหาย [84–87]
• ทำให้เซลล์ปลายทางเปิดใช้ p53, TGF-β, DNA damage pathway แม้ไม่โดนรังสี [21]
สิ่งที่ยังไม่เคลียร์คือ
👉 เหตุการณ์เริ่มต้นที่ระดับควอนตัมคืออะไร?
👉 ทำไมรังสีต่ำมากจึงทำให้เกิดผลรุนแรง?
👉 ทำไมบางชนิดรังสี เช่น neutron ไม่ก่อ NTE? [68–70]
งานของ Matarèse et al. (2023) ชี้ว่า
มีความเป็นไปได้ว่ากลไกระดับควอนตัม—เช่น entanglement, tunneling, coherence—อาจเป็นต้นเหตุของ NTE
⸻
2) รากฐาน “ควอนตัมไบโอโลยี” ที่สัมพันธ์กับ NTE
ควอนตัมไบโอโลยี (Quantum Biology) ศึกษาว่า
ปรากฏการณ์ควอนตัม เช่น superposition, entanglement, tunneling, coherence ดำรงอยู่ในระบบชีวภาพแม้สภาวะร่างกายจะ “ร้อนและเปียก” [57, 103].
ตัวอย่างที่ยืนยันได้จริง ได้แก่
• การนำพลังงานใน photosynthesis (quantum coherence) [80,130]
• การวางตัว spin ของ cryptochromes สำหรับ magnetic navigation ของนก [207–209]
• การ tunneling ของอิเล็กตรอนใน mitochondrial complex I [162]
• การ tautomerization และ mutation ของ DNA (Löwdin mechanism) [221–224]
เพราะฉะนั้น ไม่มีเหตุผลใดที่ เซลล์เวลาถูก ionizing radiation จะ “ไม่” แสดง quantum response.
⸻
3) NTE ในมุมมอง “ควอนตัม”
🔥 3.1 Photonic Signaling: เซลล์ปล่อย UVA แบบ quantum-encoded
หลังรังสีตกกระทบโมเลกุลในเซลล์ จะเกิด
• excited states ของ biomolecules
ซึ่งเมื่อกลับสู่ ground state จะปล่อย UVA biophotons ที่มีรูปแบบเฉพาะ [35–37]
งานวิจัยชี้ว่า
UVA photons สามารถเหนี่ยวนำ RIBE ได้ แม้ไม่มีรังสีไอออไนซ์เหลืออยู่ในตัวอย่าง [79,82]
ประเด็นควอนตัมที่เป็นไปได้:
✓ Quantum coherence ของ biophotons
biophotons บางส่วนมี coherence สูงผิดปกติ (Fritz-Albert Popp) [33,34]
แสดงว่าพวกมันอาจถูกควบคุมเชิงควอนตัม ไม่ใช่แค่การเรืองแสงสุ่มระดับเคมีธรรมดา
✓ Entangled photon pairs
งานด้าน biophotonics พบสัญญาณเหมือนมี correlated emissions ที่อาจเป็นรูปแบบหนึ่งของ entanglement [109–111]
⸻
💠 3.2 Ion-Channel Perturbation และ Quantum Tunneling
เมื่อได้รับรังสีต่ำมาก เซลล์บางชนิดแสดง
• Ca²⁺ flux
• depolarization
ทันทีภายใน microseconds [20]
กลไกที่เร็วเกินกว่าจะเป็น diffusion จึงมีนักวิจัยเสนอว่า
quantum tunneling ของอิออนหรืออิเล็กตรอน ในช่องไอออน (ion channels) อาจเป็นต้นเหตุ [199,234].
⸻
📦 3.3 Exosomes ที่ “เลือก” สารบรรทุกเหมือนมีเจตนา?
คำถามว่า
เซลล์รู้ได้อย่างไรว่าจะส่ง microRNA หรือโปรตีนชนิดใดใน exosome หลังโดนรังสี? [84–89]
การเลือก cargo แบบเฉพาะเจาะจงมาก ทำให้นักวิจัยเสนอว่า
การจัดเรียงของโปรตีนและลิพิดในเยื่อหุ้มอาจถูกควบคุมด้วย quantum coherence ใน local bioelectric field [30–32].
⸻
🔋 3.4 Mitochondrial Quantum Response: จุดเริ่มต้นที่แท้จริงของ NTE
งานวิจัยล่าสุดแสดงว่า
รังสีทำให้ mitochondria ปล่อย UVA biophotons → ส่งสัญญาณ NTE → ทำให้เซลล์ปลายทางเกิด Complex I block [214].
Complex I เป็นจุดที่
• quantum tunneling เกิดขึ้นจริงในมนุษย์ [162]
• proton pumping ทำงานบางส่วนด้วยกลไก entanglement-assisted synchronization [241–242]
นี่ทำให้สมมติฐานว่า
NTE เริ่มต้นที่ “quantum malfunction” ใน mitochondria
กลายเป็นประเด็นสำคัญทางทฤษฎี
⸻
4) Quantum Mechanisms ที่เป็นไปได้ใน NTE
4.1 Quantum Entanglement ระหว่างเซลล์
มีงานทดลองจาก Mothersill et al. (2018) พบว่า
ปลาที่เคยว่ายน้ำร่วมกัน “ก่อน” หนึ่งกลุ่มถูกฉายรังสี หลังแยกกันแล้วอีกกลุ่มกลับแสดงสัญญาณป้องกันรังสีเหมือนรับสัญญาณจากระยะไกล [266–267]
งานนี้ยังถกเถียง แต่เป็นไปได้ว่า
biophotons หรือ spins ภายในน้ำ (structured water) อาจเกิด entanglement ได้ [110,217].
⸻
4.2 DNA Tautomerization และ Quantum Mutation
เมื่อเกิดรังสีต่ำมาก DNA ไม่ขาด แต่
proton tunneling ในคู่เบสทำให้เกิด tautomeric shift → mutation แบบไม่ต้องมีการแตกของสาย DNA (Löwdin, 1963) [221–224].
นี่อธิบายได้ว่าทำไม
NTE ทำให้เซลล์ไม่โดนรังสีเกิด mutation แบบเฉพาะเจาะจงได้
⸻
4.3 Water Coherence และ IR Radiation
น้ำในเซลล์ไม่ได้เป็นของเหลวธรรมดา แต่เป็น
coherent domains ที่ตอบสนองต่อความถี่ IR แบบควอนตัม (Del Giudice et al.) [217–218].
และ IR จากรังสีไอออไนซ์มีผลต่อ
• electron transport
• signaling
• ATP production [216,231]
จึงเป็นกลไกเชื่อม quantum → cellular response.
⸻
5) ข้อเสนอ “Quantum Model สำหรับ NTE” ตาม Matarèse et al. (2023)
โมเดลที่เป็นไปได้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน:
⸻
🔷 ขั้นที่ 1: รังสีกระตุ้น quantum excitation
→ excited states ในโมเลกุล
→ ปล่อย UVA biophotons แบบ coherent [35–37]
⸻
🔷 ขั้นที่ 2: การสื่อสาร quantum
ผ่าน
• entangled photons
• tunneling-mediated Ca²⁺ signaling
• coherent bioelectric fields [109,195]
⸻
🔷 ขั้นที่ 3: การสร้าง exosome ที่มีข้อมูล “ควอนตัม”
• การเลือก cargo แบบ non-random [84–87]
• interaction ของ UVA กับ mitochondria ทำให้เกิด Complex I block [214]
⸻
🔷 ขั้นที่ 4: การตอบสนองของเซลล์ปลายทาง
• การเปิด DNA damage pathway โดยไม่โดนรังสี [21]
• การเกิด mutation จาก proton tunneling ใน DNA [221–224]
• การเปลี่ยนแปลง epigenome [8]
• การปรับตัว (adaptive response) หรือเสียสมดุล (genomic instability)
⸻
6) ผลต่ออนาคต: จากรังสีรักษา → ความเข้าใจชีวิตระดับควอนตัม
• การแพทย์
• ปรับรังสีรักษาให้ลด NTE ที่ทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างเสียหาย
• ใช้ quantum sensors เพื่อตรวจจับความเสียหายระดับโมเลกุล [176–182]
• วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
• อธิบายการตอบสนองของประชากรสัตว์ต่อรังสีในธรรมชาติ เช่น ปลา–แมลง–เชื้อรา [12]
• ฟิสิกส์ของสิ่งมีชีวิต
• ยืนยันว่าชีวิตอาจทำงานผ่าน “quantum information processing” [183–186]
⸻
🔚 สรุปย่อ
NTE คือ
การตอบสนองของเซลล์ที่ไม่โดนรังสี แต่รับสัญญาณความเสียหายจากเซลล์ที่โดนรังสี
ปัจจุบันหลักฐานชี้ว่า
กระบวนการเริ่มต้นอาจอยู่ในระดับควอนตัม ได้แก่
• biophoton coherence
• entanglement
• proton/electron tunneling
• coherent water domains
• quantum-mediated mitochondrial signaling
โมเดลนี้เชื่อม “ฟิสิกส์ควอนตัม → ชีววิทยา → รังสี”
และเปิดมุมมองใหม่ว่าชีวิตเองอาจเป็น quantum system ขนาดใหญ่ ทำงานด้วยข้อมูลควอนตัม (quantum information).
⸻
🔬 บทความตอนต่อ (ตอนที่ 2): Quantum Failure, Decoherence และ Pathological NTE
⸻
⭐ 7) เมื่อ “ควอนตัมไบโอโลยี” ล้มเหลว: ภาวะที่ทำให้ร่างกายผิดปกติจากระดับควอนตัม
งาน Matarèse et al. ชี้ว่า ความผิดปกติจำนวนมากใน NTE อาจเกิดจากการล้มเหลวของระบบควอนตัมในร่างกาย โดยมีปัจจัยก่อกวน ได้แก่
• อุณหภูมิ
• สนามแม่เหล็ก–ไฟฟ้า (EMF fluctuations)
• สารพิษ
• ความเครียดระดับ cellular redox
• น้ำและความชื้นในเซลล์
เหล่านี้คือสาเหตุหลักของ quantum decoherence ซึ่งทำให้ระบบชีวภาพสูญเสียความสามารถทำงานแบบ “ควอนตัม”
⸻
🌡️ 7.1 อุณหภูมิ (Temperature Variations): ตัวทำลาย Quantum Coherence เบอร์หนึ่ง
การรักษา quantum coherence ต้อง
• phase relationships คงตัว
แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น → kinetic motion เพิ่ม → phase แตกกระเจิงอย่างรุนแรง [274–276]
สิ่งนี้นำไปสู่
• การสูญเสียประสิทธิภาพของ ETC (electron transport chain)
เพราะ electron tunneling ต้องการการจัดตำแหน่งโมเลกุลระดับสูง [162]
• ผลร้ายแรงใน NTE
เมื่อ coherence หายไป เซลล์อาจตอบสนอง ผิดแบบ เช่น
• เกิด oxidative burst รุนแรง
• เกิด mutation มากผิดปกติ
• เกิด genomic instability [58–60]
อธิบายได้ว่าทำไม
ในสภาวะเครียดจากความร้อน (heat stress) ปริมาณ bystander damage เพิ่มสูงขึ้นมาก [281].
⸻
⚡ 7.2 สนามแม่เหล็ก–ไฟฟ้า (EMF): ตัวแทรกแซงการทำงานแบบควอนตัมของเซลล์
EMF มีผลต่อระบบชีวภาพ 2 ทาง
1. การรบกวน quantum states ของอิเล็กตรอนและโปรตอน
2. การเพิ่ม decoherence ในเครือข่ายชีวภาพ
ตัวอย่างงานวิจัยจากบทความต้นฉบับ:
• microwaves → ทำลาย coherence ของ electron ใน photosynthetic complexes [282–287]
• radio waves → รบกวน coherence ของน้ำในเซลล์ นำสู่อาการ “fatigue, headache, insomnia” [216]
• ionizing EMF → ทำลาย coherence ของ electron ใน DNA → mutation [288]
ความหมายคือ
เมื่อ EMF รบกวนระบบควอนตัมในเซลล์ → เซลล์สูญเสียความสามารถประมวลผลและส่งสัญญาณอย่างแม่นยำ → ทำให้ NTE ผิดปกติและรุนแรงขึ้น
⸻
🧬 😎 Quantum Pathways ที่ถูกก่อกวนเมื่อมีรังสี หรือสารเคมี: “เส้นทางผิดพลาดของควอนตัม”
งานวิจัยบอกว่า stressors ทุกชนิดไปกระทบ
• quantum tunneling
• electron transfer
• proton gradients
• coherent chromophore network
• water coherent domains
ทั้งหมดนี้เป็นรากฐานของ metabolism และ cellular coordination [32].
หาก quantum-level processes ทำงานผิดพลาด → เกิดโรค เช่น
• มะเร็ง (signaling chaos)
• Alzheimer’s (ผิดพลาดใน mitochondrial electron transfer) [229–230]
• ภาวะอ่อนล้าเรื้อรัง (complex I tunneling defect) [215]
นี่คือสิ่งใหม่:
ความผิดปกติของร่างกายหลายอย่าง อาจไม่ได้เกิดจาก “โครงสร้างเสีย” แต่เกิดจาก “ควอนตัมไม่ประสานกัน” (decoherence pathology)
⸻
🌊 9) Quantum Water: ทำไม “น้ำในเซลล์” คือหัวใจของ NTE
น้ำในเซลล์มีลักษณะ
• structured
• coherent
• quantum-sensitive
ไม่ใช่น้ำเหลวธรรมดา [217–218].
IR radiation ที่เซลล์ดูดซับสามารถ
• เปลี่ยนโครงสร้าง coherent domains ของน้ำ
• ทำให้ proton transfer ใน mitochondria เปลี่ยนทิศ
• ทำให้ proton tunneling ผิดพลาด [219–220]
ดังนั้นใน NTE:
• รังสี → เปลี่ยนโครงสร้างน้ำ → ส่งผลต่อ electron transport → ส่งผลต่อการสื่อสารแบบควอนตัมของเซลล์ → ส่งผลไปถึงเซลล์ปลายทาง
นี่เป็นกลไกที่ “อธิบายระยะไกลได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี”
⸻
🔥 10) การล่มสลายของ Quantum Bioelectric Field และผลต่อ NTE
Bioelectric fields ของร่างกาย
• เกิดจาก ion flows เช่น Ca²⁺, K⁺, Na⁺
• มี “ordering” ที่อาจอาศัย quantum coherence [30–32]
เมื่อ bioelectric coherence ถูกทำลายด้วยรังสี:
• เซลล์เริ่มส่งสัญญาณความเสียหายแบบไม่เสถียร
• exosome cargo เลือกผิด
• p53 pathway ถูกเปิดแบบไม่แม่นยำ [21]
• เกิด “bystander chaos” คือสัญญาณที่ผิดเพี้ยนจากต้นฉบับ
งานของ Fröhlich และ Popp สนับสนุนว่า
เครือข่ายชีวภาพจำนวนมากต้องการ “coherent vibrations” เพื่อทำงานอย่างเป็นระเบียบ [252]
เมื่อรังสีทำให้ coherence พัง → ระบบทั้งหมดเริ่มทำงานแบบ entropic และไม่สามารถส่งสัญญาณได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป
⸻
🧠 11) Quantum NTE และสมอง: รังสีต่ำส่งผลต่อ cognition อย่างไร?
เนื่องจาก
• ความคิด
• memory
• synaptic plasticity
พึ่งพา
• ion tunneling
• quantum coherence ใน microtubules และ chromophore networks [250–252]
จึงมีงานวิจัยจำนวนมากที่เสนอว่า
รังสีต่ำอาจทำให้เกิด Cognitive NTE เช่น
• brain fog
• ความจำลดลง
• ความเมื่อยล้า
แม้ neuronal DNA ไม่ได้ถูกฉายรังสีโดยตรง
และ mitochondria ในเซลล์ประสาทไวต่อ quantum decoherence มากที่สุดในร่างกาย [162,241].
⸻
🌐 12) NTE ระดับประชากร: ภาวะที่ข้อมูลควอนตัมแพร่ไปถึงสัตว์ตัวอื่น
งานของ Mothersill et al. พบว่า
ปลาที่ “เคยว่ายร่วมกันก่อนการฉายรังสี” แต่ ไม่เคยเจอกันอีกเลย กลับมี response แบบสัตว์ที่โดนรังสี [266–267]
ปรากฏการณ์นี้ไม่สามารถอธิบายด้วย
• สารเคมี
• exosome
• photon แบบธรรมดา
แต่สามารถอธิบายได้ด้วย
• quantum entanglement ของน้ำ
• biophoton entanglement
• coherent bioelectric memory
นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่งานวิจัยนี้เขียนว่า NTE อาจ
“ข้ามระดับไปถึง organism และ population” [12]
⸻
🔚 บทสรุปตอนที่ 2
ในบทความตอนนี้ เราได้เจาะลึกประเด็น:
✓ เมื่อ quantum coherence พัง → ระบบชีวภาพล้มเหลว
✓ ความร้อน, EMF, IR, oxidative stress → ทำให้ tunneling & entanglement เสียหาย
✓ ความผิดพลาดระดับควอนตัมก่อโรค เช่น มะเร็ง–โรคประสาท
✓ น้ำในเซลล์เป็นตัวกลางควอนตัมสำคัญ
✓ bioelectric field ต้องการ quantum coherence เพื่อสื่อสาร
✓ NTE สามารถเกิดข้ามอวัยวะ–ข้ามร่างกาย–ข้ามประชากร
✓ สิ่งมีชีวิตอาจมีการ “ประมวลผลข้อมูลควอนตัม” อยู่ตลอดเวลา
⸻
🌌 ตอนที่ 3 : โมเดลควอนตัมสำหรับ Non-Targeted Effects (NTE)
(Quantum Biological Model for Radiation-Induced Bystander Effects)
โมเดลนี้ตอบคำถามที่ค้างคาในรังสีชีววิทยามายาวนาน:
“เมื่อเซลล์โดนรังสีเพียงเล็กน้อย ทำไม เซลล์ที่ไม่ได้โดน จึงตอบสนองเหมือนโดน?
และเหตุการณ์เริ่มต้นจริง ๆ เกิดขึ้นที่ระดับใดของชีวิต?”
คำตอบตามบทความปี 2023 คือ
ควอนตัมคือระดับเริ่มต้น (initiation stage) ของ NTE
โดยมี “เส้นทางสัญญาณ 4 ขั้น” ดังนี้:
⸻
🔷 ขั้นที่ 1 — Quantum Initiation: การกระตุ้นระดับควอนตัมหลังรังสีตกกระทบ
ทันทีที่รังสีไอออไนซ์ชนโมเลกุล จะเกิด:
1. Excited electronic states ในโปรตีน, DNA, น้ำ
→ ปล่อย photon ความยาวคลื่น UVA
→ photon นี้มีลักษณะ coherent และบางครั้งอาจมีความเป็น entanglement [33–37]
2. Disturbance ใน electron tunneling ของ mitochondrial Complex I
งานใหม่พบว่า Complex I มี proton/electron tunneling จริงในมนุษย์ [162]
ดังนั้นรังสีสามารถ “ตี” ระบบนี้จนเกิด quantum error ได้ทันที
3. การเปลี่ยนโครงสร้างน้ำ (coherent water domains)
น้ำในเซลล์เป็นโครงสร้างควอนตัมที่ไวต่อ
• IR radiation
• electron flow
• photon absorption [217–220]
นี่คือจุดเริ่มต้นของ NTE
ก่อนที่จะมี ROS หรือสัญญาณทางชีวเคมีด้วยซ้ำ
⸻
🔷 ขั้นที่ 2 — Photonic Quantum Signaling: การส่งสัญญาณแบบควอนตัม
หลังเซลล์ถูกกระตุ้น มันจะส่งสัญญาณ 3 ช่องทาง:
⸻
2.1 Biophoton Emission (UVA) ที่มี Quantum Coherence
• เซลล์ปล่อยโฟตอนแบบ ultra-weak
• แต่เป็น coherent และสามารถเข้ารหัสข้อมูลสภาวะของเซลล์ได้ [109–111]
สิ่งนี้อาจอธิบายว่า
biophoton สามารถเหนี่ยวนำ RIBE แม้เซลล์จะถูกแยกในห้องทดลอง
⸻
2.2 Ion-channel quantum effects
• Ca²⁺ flux เกิดเร็วเกินความเป็นไปได้ทาง diffusion (microseconds)
• จึงมีสมมติฐานว่ามี quantum tunneling ช่วยส่งสัญญาณ [199]
ช่อง K⁺ และ Na⁺ อาจเกี่ยวข้องเช่นกัน
(งาน Majumdar & Pal เสนอความเป็นไปได้ของ “entangled K⁺ ions” ในการรับรู้สัญญาณความหนาแน่นของประชากร) [264]
⸻
2.3 Bioelectric Field Coherence
สนามไฟฟ้าของเซลล์มีลักษณะเป็น
• coherent oscillation
• sensitive ต่อ quantum disturbance [30–32]
เมื่อถูกรังสี → coherence สลาย → “ลายเซ็นทางไฟฟ้า” บกพร่อง → ส่งสัญญาณความเสียหายแบบผิดเพี้ยนไปยังเซลล์อื่น
⸻
🔷 ขั้นที่ 3 — Exosomal Quantum Encoding: การบรรจุข้อมูลความเสียหายใน Exosome
นี่เป็นส่วนที่ลึกลับที่สุด และงานวิจัยยังไม่มีคำตอบเดียว
แต่บทความเสนอความเป็นไปได้เชิงควอนตัมดังนี้:
⸻
3.1 การเลือก cargo ดูเหมือน “non-random”
เซลล์เลือกส่ง
• microRNA เฉพาะ
• TGF-β
• damage-associated proteins
อย่างแม่นยำ [84–89]
นักวิจัยตั้งคำถามว่า:
เซลล์รู้ได้อย่างไรว่าต้องส่ง “ข้อมูลชนิดนี้” ออกไป?
คำตอบที่เป็นไปได้:
bioelectric หรือ photonic quantum noise ที่เกิดขึ้นหลังรังสี อาจเป็นตัว encode ให้เซลล์เลือก cargo แบบเฉพาะทาง
⸻
3.2 UVA emission → Complex I block → กระตุ้นให้สร้าง exosome
UVA biophotons สามารถทำให้
mitochondrial ETC complex I หยุดทำงานชั่วคราว
สิ่งนี้เป็นสัญญาณที่รุนแรงพอให้เซลล์สร้าง exosome เพื่อขอความช่วยเหลือ [214]
นี่เป็นวงจรฟีดแบ็กเชิงควอนตัม–ชีวภาพที่สมบูรณ์:
รังสี → coherence disturbance → UVA → complex I block → exosome → NTE response
⸻
🔷 ขั้นที่ 4 — Reception: การที่เซลล์ปลายทางได้รับสัญญาณแบบควอนตัมและชีวภาพ
เซลล์ปลายทางได้รับสัญญาณผ่าน 3 ช่องทางซ้อนกัน:
⸻
4.1 รับโฟตอน (biophoton absorption)
DNA, chromophores และ mitochondria เป็นตัวรับ photon ชั้นดี
การดูดซับโฟตอน UVA →
• เปิด TGF-β pathway
• เปิด p53 และ DNA damage response [21]
⸻
4.2 รับสัญญาณจากสนามไฟฟ้า (bioelectric entrainment)
เซลล์จะ “sync” กับสนามไฟฟ้าที่เสียสมดุล
คล้ายกับการซิงโครไนซ์ของ neuron network ในสมอง [198–200]
⸻
4.3 รับ exosome → เปลี่ยน epigenome
exosome จากเซลล์โดนรังสีสามารถทำให้เกิด
• DNA methylation
• histone modification
• long-term genomic instability [58–60]
นี่อธิบายว่าทำไม
NTE สามารถเกิดยาวนานหลายรุ่นเซลล์ โดยไม่ต้องมีรังสีอีกต่อไป
⸻
🌟 The Complete Quantum Model Summary (แบบสรุป)
ขั้นตอน กลไกควอนตัม ผลในชีววิทยา
1. Initiation excited states, tunneling error, water coherence change จุดเริ่มต้น RIBE
2. Quantum signaling coherent biophotons, ion tunneling, bioelectric decoherence การสื่อสารระยะไกล
3. Exosome encoding quantum-controlled cargo selection ส่งข้อมูลเสียหายเฉพาะเจาะจง
4. Reception photon absorption, field coupling, epigenetic edits เซลล์ปลายทางแสดงอาการเหมือนโดนรังสี
โมเดลนี้มีพลังมากเพราะ:
มันอธิบายได้ทุกปรากฏการณ์ที่โมเดลคลาสสิกอธิบายไม่ได้
เช่น การสื่อสารระยะไกล การตอบสนองในสัตว์ที่ไม่เคยสัมผัสรังสี การเกิด mutation โดยไม่เกิด DNA break
#Siamstr #nostr #quantum