สวัสดีค่ะเพื่อนนักเทรดทุกท่าน! วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ GOLD (XAUTUSDT) ใน Timeframe 1 ชั่วโมง เพื่อหาโอกาสในการเทรดที่น่าสนใจกันค่ะ ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2568, 1612 น. (Bangkok, Thailand Time) ราคาปัจจุบัน 3,120 Previous Weekly High (PWH) 3,260.2 Previous Weekly Low (PWL) 2,996.3 ภาพรวมตลาดล่าสุด ⚡ จากกราฟ TF1H ที่เราเห็น ราคามีการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่เหนือทั้ง EMA 50 (สีเหลือง) และ EMA 200 (สีขาว) อย่างชัดเจน บ่งบอกถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่แข็งแกร่งในระยะสั้นถึงกลาง วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - Timeframe ระยะสั้น (พิจารณาจาก TF1H) แนวโน้มในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคาสร้าง Higher High และ Higher Low อย่างต่อเนื่อง และยืนเหนือเส้น EMA ทั้งสองเส้นได้อย่างมั่นคง - SMC เราสังเกตเห็นการเกิด BoS Bullish อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการยืนยันถึงแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคายังได้ Breakout เหนือ Bullish OB ก่อนหน้า และปัจจุบันกำลังสร้าง Bullish OB ใหม่ ซึ่งอาจเป็นโซนที่น่าสนใจในการเข้าซื้อหากมีการย่อตัวลงมา - Buyside & Sellside Liquidity ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวเข้าใกล้ Buyside Liquidity ที่สะสมอยู่ด้านบนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของแนวโน้มขาขึ้นนี้ ในขณะที่ Sellside Liquidity อยู่ค่อนข้างไกลจากราคาปัจจุบัน - Money Flow อินดิเคเตอร์ Money Flow แสดงให้เห็นถึงการไหลเข้าของเงินอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นในปัจจุบัน - EMA ราคาอยู่เหนือทั้ง EMA 50 และ EMA 200 อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งของแนวโน้มขาขึ้น - Trend Strength อินดิเคเตอร์ Trend Strength ปรากฏเป็นเมฆสีเขียวที่หนาแน่น และมีสัญญาณซื้อที่ชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นที่มีความแข็งแกร่งมาก เปรียบเทียบแนวโน้มของแต่ละอินดิเคเตอร์ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - แนวโน้มตรงกัน (เป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนในระยะสั้น) ราคาเหนือ EMA ทั้งสองเส้น, เกิด BoS Bullish ต่อเนื่อง, Money Flow เป็นบวกแข็งแกร่ง, Trend Strength เป็นขาขึ้นแข็งแกร่ง - แนวโน้มต่างกัน (ไม่มีสัญญาณขัดแย้งที่ชัดเจนใน TF1H) ทุกอินดิเคเตอร์ใน TF1H ชี้ไปในทิศทางเดียวกันคือขาขึ้น - วิธีคิด จาก TF1H บ่งชี้ถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้น การพิจารณา Long ในจังหวะที่เหมาะสมตามการย่อตัวของราคาอาจมีความได้เปรียบ - สรุปแนวโน้ม (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - ระยะสั้น ขาขึ้น (โอกาส 85%) - ระยะกลาง ขาขึ้น (โอกาส 80%) - ระยะยาว ยังคงต้องจับตาดู แต่โมเมนตัมในระยะสั้นถึงกลางเป็นบวกอย่างมาก (โอกาสขึ้น 75%) - วันนี้ (อ้างอิงจาก TF1H) มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ Buyside Liquidity ด้านบนอย่างต่อเนื่อง (โอกาสขึ้น 80%) กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) จากสัญญาณที่แข็งแกร่งใน TF1H ดิฉันแนะนำให้พิจารณาการเทรดในฝั่ง Long โดยรอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงมาในโซนแนวรับที่น่าสนใจ และมีสัญญาณยืนยันการกลับตัวขึ้น แต่ต้องบริหารความเสี่ยงและตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม - สำหรับนักเทรดระยะสั้น รอราคาย่อตัวลงมาบริเวณ Bullish OB ใหม่ที่กำลังก่อตัว หรือแนวรับใกล้เคียง EMA 50 และเกิดสัญญาณ Bullish Price Action จากนั้นพิจารณาเข้า Long โดยมีเป้าหมายที่ Buyside Liquidity ด้านบน - เป้าหมายเบื้องต้น พิจารณา Buyside Liquidity ที่สังเกตได้ในกราฟ - Stop Loss ใต้ Low ก่อนหน้า หรือใต้ Bullish OB เล็กน้อย จับตาแนวรับแนวต้านสำคัญ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - แนวรับ บริเวณ EMA 50, Bullish OB ที่กำลังก่อตัว - แนวต้าน บริเวณ Buyside Liquidity ที่สังเกตได้ในกราฟ, แนวต้านทางจิตวิทยาที่ 3,150, PWH ที่ 3,260.2 *ตัวอย่าง Daily Trade Setup (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) *ตัวอย่างที่ 1 (รอการย่อตัวมาที่ Bullish OB) - Enter รอราคาย่อตัวลงมาบริเวณ Bullish OB (สมมติว่าอยู่ที่ 3,115 - 3,118) และเกิดสัญญาณ Bullish Engulfing หรือ Pin Bar - TP พิจารณา Buyside Liquidity ที่ 3,130 - SL ใต้ Low ของ Bullish OB เล็กน้อย ที่ 3,112 - RRR ประมาณ 14 - อธิบายวิธีคิด เราจะรอให้ราคาปรับตัวลงมาในโซนที่มีแรงซื้อ (Bullish OB) และรอสัญญาณ Price Action ยืนยันการกลับตัวขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเข้าเทรดฝั่ง Long ตามแนวโน้มหลัก *ตัวอย่างที่ 2 (เข้าเมื่อมีการพักตัวเล็กน้อย) - Enter เข้า Long เมื่อราคามีการพักตัวเล็กน้อยและเริ่มสร้างแท่งเขียวกลับขึ้นไปเหนือ High ก่อนหน้าใน TF15 นาที (สมมติว่าเข้าที่ 3,122) - TP เป้าหมายแรกที่บริเวณ Buyside Liquidity ถัดไปที่ 3,135 - SL ใต้ Low ของแท่งพักตัวล่าสุด ที่ 3,119 - RRR ประมาณ 14.3 - อธิบายวิธีคิด สำหรับ Setup นี้ เราจะเข้าเทรดตามโมเมนตัมขาขึ้น โดยรอจังหวะที่ราคาพักตัวเล็กน้อยแล้วกลับขึ้นไปต่อ Disclaimer การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเทรดในวันนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในการวิเคราะห์ครั้งหน้า! Lina Engword image
How Soros Made A Billion Dollars And Almost Broke Britain View Event →
BTC/USDT วิเคราะห์ Falling Wedge TF1D โดย Lina Engword⚡ ราจะมาเจาะลึกถึงรูปแบบ Falling Wedge นี้กันค่ะ ภาพรวมตลาด (TF1D) จากกราฟรายวัน เราจะเห็นว่าราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของรูปแบบ Falling Wedge อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นรูปแบบทางเทคนิคที่โดยทั่วไปแล้วมักจะบ่งชี้ถึงการกลับตัวขึ้นของราคา การวิเคราะห์ทางเทคนิค - Falling Wedge ราคากำลังสร้างกรอบที่จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดลดลงมาเรื่อยๆ โดยมีเส้นแนวโน้มสองเส้นมาบรรจบกันที่ปลายรูปแบบ ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของ Falling Wedge - แนวรับ ราคาปัจจุบันยังคงทรงตัวอยู่เหนือเส้นแนวโน้ม แนวรับ ของ Falling Wedge ซึ่งแสดงถึงแรงซื้อที่ยังคงพยายามพยุงราคาไว้ - แนวต้าน ก่อนหน้านี้ ราคาได้ถูก ปฏิเสธ ที่เส้นแนวโน้ม แนวต้าน ของ Falling Wedge ซึ่งบ่งบอกถึงแรงขายที่ยังคงมีอยู่ในระดับสูง - Moving Averages (MA) ทั้งเส้น 21-day Moving Average (21MA) และ 50-day Moving Average (50MA) กำลังทำหน้าที่เป็น แนวต้าน ที่กดดันราคาอยู่ในขณะนี้ การที่ราคายังอยู่ต่ำกว่าเส้น MA ทั้งสองนี้ บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาลงในระยะสั้นถึงกลางยังคงมีอยู่ สถานการณ์ที่เป็นไปได้ - Breakout (สัญญาณ Bullish) หากราคาสามารถ Breakout ขึ้นเหนือเส้นแนวโน้ม แนวต้าน ของ Falling Wedge ได้อย่างชัดเจน พร้อมด้วย Volume ที่เพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการสิ้นสุดของแนวโน้มขาลงในปัจจุบัน และอาจนำไปสู่การเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นใหม่ โดยมีเป้าหมายราคาโดยประมาณคือระยะห่างที่กว้างที่สุดของ Wedge วัดขึ้นไปจากจุด Breakout - Breakdown (สัญญาณ Bearish) ในทางตรงกันข้าม หากราคาทะลุลงต่ำกว่าเส้นแนวโน้ม แนวรับ ของ Falling Wedge จะเป็นการ Invalidate รูปแบบ Bullish นี้ และอาจส่งผลให้ราคาปรับตัวลงต่อไป โดยมีเป้าหมายราคาโดยประมาณคือระยะห่างที่กว้างที่สุดของ Wedge วัดลงไปจากจุด Breakdown สรุป ขณะนี้ Bitcoin กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การเคลื่อนไหวของราคาภายใน Falling Wedge บ่งบอกถึงการต่อสู้ระหว่างแรงซื้อและแรงขาย การจับตาดูการ Breakout หรือ Breakdown จากรูปแบบนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินทิศทางราคาในอนาคต นักเทรดควรเตรียมพร้อมสำหรับทั้งสองสถานการณ์ และรอสัญญาณยืนยันก่อนตัดสินใจเข้าเทรด Disclaimer การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ หากมีคำถามเพิ่มเติมหรือต้องการให้วิเคราะห์ในมุมมองอื่น สามารถสอบถามได้เลยนะคะ! Lina Engword image
BTCUSDT.P: ตรวจสอบ Head and Shoulders TF15m โดย Lina Engword⚡ จากกราฟ TF15m ที่คุณส่งมา ดิฉันสังเกตเห็น ความเป็นไปได้ ของรูปแบบ Head and Shoulders (ไหล่ซ้าย-หัว-ไหล่ขวา) ค่ะ โดยมีองค์ประกอบที่น่าสนใจดังนี้ - ไหล่ซ้าย (Left Shoulder): เกิดขึ้นในช่วงประมาณต้นของกราฟ มีการปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุด และปรับตัวลงมา - หัว (Head): จุดสูงสุดที่สูงกว่าไหล่ซ้าย เกิดขึ้นหลังจากนั้น - ไหล่ขวา (Right Shoulder): กำลังก่อตัวขึ้น โดยมีจุดสูงสุดที่ต่ำกว่าหัว และใกล้เคียงกับระดับสูงสุดของไหล่ซ้าย Neckline แนว Neckline ที่สำคัญในกรณีนี้ดูเหมือนจะอยู่ที่บริเวณแนวรับประมาณ $77,000 - $77,100 (อ้างอิงจากจุดต่ำสุดระหว่างไหล่ซ้ายและหัว) การยืนยันรูปแบบ รูปแบบ Head and Shoulders จะได้รับการยืนยันเมื่อราคา Breakout ต่ำกว่าแนว Neckline อย่างชัดเจน พร้อมด้วย Volume ที่เพิ่มขึ้น หากเกิดการ Breakout จริง จะเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการกลับตัวของแนวโน้มจากขาขึ้นไปเป็นขาลงในระยะสั้น และมีเป้าหมายราคาโดยประมาณคือระยะห่างจากหัวถึง Neckline วัดลงไปจากจุด Breakout สิ่งที่ต้องจับตา - การทดสอบ Neckline: ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวใกล้กับแนว Neckline การทะลุลงต่ำกว่าแนวนี้จะเป็นสัญญาณสำคัญ - Volume ในการ Breakout: หากมีการ Breakout ต่ำกว่า Neckline สิ่งสำคัญคือต้องมี Volume ที่เพิ่มขึ้นเพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของแรงขาย - แนวรับถัดไป: หาก Breakout สำเร็จ แนวรับถัดไปที่ต้องพิจารณาคือบริเวณ Low ก่อนหน้า สรุป ดิฉันเห็น ความเป็นไปได้ ของรูปแบบ Head and Shoulders ในกราฟ BTCUSDT.P TF15m ค่ะ การที่ราคาเคลื่อนไหวใกล้แนว Neckline ทำให้การ Breakout เป็นจุดตัดสินสำคัญ หากราคา Breakout ต่ำกว่า Neckline พร้อม Volume ที่สนับสนุน อาจเป็นสัญญาณ Short ที่ดีในระยะสั้น นักเทรดควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรอสัญญาณยืนยันก่อนตัดสินใจเข้าเทรด Disclaimer การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ หากมีมุมมองอื่นหรือต้องการให้วิเคราะห์เพิ่มเติม แจ้งได้เลยนะคะ! Lina Engword image
BTCUSDT.P: เจาะลึกแนวโน้มและกลยุทธ์ TF15m โดย Lina Engword⚡ สวัสดีค่ะเพื่อนนักเทรดทุกท่าน! มาวิเคราะห์เจาะลึก BTCUSDT.P ใน Timeframe 15 นาทีล่าสุดกันค่ะ เราจะมาดูกันถึงแนวโน้มและกลยุทธ์ที่น่าสนใจในวันนี้กันเลยนะคะ ข้อมูล ณ วันที่ 9 เมษายน 2568 เวลา: 15:44 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ราคาปัจจุบัน: 77,278 Previous Weekly High (PWH): 88,547 Previous Weekly Low (PWL): 77,136 ภาพรวมตลาดล่าสุด (TF15m) จากกราฟ TF15m ที่เราเห็น ราคามีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนในช่วงสั้นๆ นี้ โดยมีการพยายามที่จะลงไปทดสอบ Previous Weekly Low (PWL) แต่ก็มีแรงซื้อเข้ามาพยุงราคาไว้ เราจะมาวิเคราะห์สัญญาณจากเครื่องมือต่างๆ เพื่อดูทิศทางที่ชัดเจนขึ้นค่ะ วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค (TF15m) - SMC: เราจะเห็นว่าราคามีการทำ CHoCH Bullish เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการกลับตัวขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เห็นการเกิด BoS Bullish ที่ชัดเจนเพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ เรายังไม่เห็น Bullish OB ที่ชัดเจนในบริเวณใกล้เคียงราคาปัจจุบัน - Buyside & Sellside Liquidity: เราจะเห็น Sellside Liquidity ที่บริเวณ PWL ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายของการลงมาทดสอบอีกครั้ง และมี Buyside Liquidity อยู่เหนือราคาปัจจุบันในระดับที่ไม่ไกลมากนัก - Money Flow: เราจะเห็นว่า Money Flow มีการแกว่งตัว แต่โดยรวมยังคงอยู่ในแดนลบเล็กน้อย บ่งบอกถึงแรงขายที่ยังคงมีอยู่บ้าง - EMA: เส้น EMA 50 (สีเหลือง) อยู่ต่ำกว่า EMA 200 (สีขาว) และทั้งสองเส้นยังคงชี้ลง บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลงในภาพรวมระยะสั้น - Trend Strength: เมฆ Trend Strength ยังคงเป็นสีแดง บ่งบอกถึงแรงขายที่ยังคงมีอิทธิพล เปรียบเทียบแนวโน้มของแต่ละอินดิเคเตอร์ - แนวโน้มขัดแย้ง: แม้ว่าจะเกิด CHoCH Bullish ใน SMC ซึ่งเป็นสัญญาณกลับตัวขึ้นในระยะสั้น แต่ EMA และ Trend Strength ยังคงบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลง Money Flow ก็ยังไม่สนับสนุนแรงซื้อที่แข็งแกร่ง - Sellside Liquidity ที่ PWL: ราคาอาจมีการลงไปทดสอบ Sellside Liquidity ที่ PWL อีกครั้งก่อนที่จะตัดสินทิศทาง - รอการยืนยัน: เรายังต้องการการยืนยันที่ชัดเจนจากการเกิด BoS Bullish และการเปลี่ยนทิศทางของ EMA เพื่อยืนยันการกลับตัวขึ้นที่แข็งแกร่ง สรุปแนวโน้ม ใน TF15m ขณะนี้ แนวโน้มยังคงมีความไม่แน่นอน แม้ว่าจะเกิดสัญญาณ CHoCH Bullish แต่สัญญาณจากเครื่องมืออื่นๆ ยังไม่สนับสนุนการกลับตัวขึ้นที่แข็งแกร่ง การเคลื่อนไหวอาจยังคงผันผวน โดยมีโอกาสที่จะลงไปทดสอบ PWL อีกครั้ง *ตัวอย่าง Daily Trade Setup (ระมัดระวังและรอสัญญาณยืนยัน) *ตัวอย่างที่ 1 (รอสัญญาณ Long หลังการทดสอบ PWL) - Enter: รอราคาทดสอบบริเวณ PWL (77,136) และเกิดสัญญาณ Bullish Price Action ที่ชัดเจน (เช่น Bullish Engulfing, Hammer) พร้อมกับการเกิด BoS Bullish ใน SMC - TP: พิจารณาแนวต้านแรกบริเวณ High ก่อนหน้า หรือแนว EMA 50 - SL: ใต้ Low ของสัญญาณ Bullish Price Action เล็กน้อย - RR: รอประเมินเมื่อเกิดสัญญาณ อธิบายวิธีคิด: เราจะรอให้ราคาลงมาในบริเวณที่มี Sellside Liquidity และสังเกตการเกิดสัญญาณการกลับตัวขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเข้า Long *ตัวอย่างที่ 2 (Short หากไม่สามารถยืนเหนือ CHoCH High) - Enter: หากราคาไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือ High ที่ทำให้เกิด CHoCH Bullish ได้ และเกิดสัญญาณ Bearish Price Action - TP: พิจารณาแนวรับบริเวณ Low ก่อนหน้า หรือต่ำกว่า PWL เล็กน้อย - SL: เหนือ High ของสัญญาณ Bearish Price Action เล็กน้อย - RR: รอประเมินเมื่อเกิดสัญญาณ อธิบายวิธีคิด: ในกรณีที่แรงซื้อไม่แข็งแกร่งพอที่จะผลักดันราคาขึ้น เราจะพิจารณา Short ตามแนวโน้มหลัก Disclaimer: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเทรดในวันนี้ค่ะ หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลยนะคะ! Lina Engword image
การวิเคราะห์รายวัน GOLD ⚡📈 สวัสดีค่ะเพื่อนนักเทรดทุกท่าน! วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ GOLD ใน Timeframe 1 ชั่วโมง เพื่อหาโอกาสในการเทรดที่น่าสนใจกันค่ะ ข้อมูล ณ วันที่: 9 เมษายน 2568, 15:20 น. (Bangkok, Thailand Time) ราคาปัจจุบัน: 3,048 Previous Weekly High (PWH): 3,167.72 Previous Weekly Low (PWL): 3,015.68 ภาพรวมตลาดล่าสุด ⚡ จากกราฟ TF1H ที่เราเห็น ราคามีการปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่เหนือ EMA 50 (สีเหลือง) แต่ยังคงต่ำกว่า EMA 200 (สีขาว) บ่งบอกถึงแรงซื้อที่เริ่มเข้ามา แต่แนวโน้มระยะยาวอาจยังคงเป็นขาลงอยู่ วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - Timeframe ระยะสั้น (พิจารณาจาก TF1H): แนวโน้มในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคาสร้าง Higher High และ Higher Low อย่างต่อเนื่อง และยืนเหนือ EMA 50 ได้ - SMC: เราสังเกตเห็นการเกิด CHoCH Bullish ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้มจากขาลงไปเป็นขาขึ้นในโครงสร้างราคา นอกจากนี้ ยังมี Bullish OB ที่ราคายังไม่กลับลงมาทดสอบ ซึ่งอาจเป็นโซนที่น่าสนใจในการเข้าซื้อ - Buyside & Sellside Liquidity: ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้กับ Buyside Liquidity ที่สะสมอยู่ด้านบน ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายของราคาในระยะสั้น ในขณะที่ Sellside Liquidity อยู่ต่ำกว่าราคาลงไป - Money Flow: อินดิเคเตอร์ Money Flow แสดงให้เห็นถึงการไหลเข้าของเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น - EMA: ราคาอยู่เหนือ EMA 50 แต่ยังต่ำกว่า EMA 200 ซึ่งบ่งชี้ถึงโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้น แต่แนวโน้มระยะยาวอาจยังไม่เปลี่ยน - Trend Strength: อินดิเคเตอร์ Trend Strength เริ่มปรากฏเป็นเมฆสีเขียวอ่อนๆ และมีสัญญาณซื้อ ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้น เปรียบเทียบแนวโน้มของแต่ละอินดิเคเตอร์ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - แนวโน้มตรงกัน (ส่วนใหญ่เป็นขาขึ้นในระยะสั้น): ราคาเหนือ EMA 50, เกิด CHoCH Bullish, Money Flow เป็นบวก, Trend Strength เริ่มเป็นขาขึ้น - แนวโน้มต่างกัน (ระยะยาว vs ระยะสั้น): ราคายังต่ำกว่า EMA 200 ซึ่งบ่งชี้ว่าแนวโน้มระยะยาวอาจยังเป็นขาลงอยู่ - วิธีคิด: จาก TF1H บ่งชี้ถึงแรงซื้อที่เข้ามาในระยะสั้น การพิจารณา Long ในจังหวะที่เหมาะสมอาจมีความได้เปรียบ แต่ต้องระมัดระวังแนวต้านจาก EMA 200 และ PWH - สรุปแนวโน้ม (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - ระยะสั้น: ขาขึ้น (โอกาส 70%) - ระยะกลาง: มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น (โอกาส 60%) - ระยะยาว: ยังคงต้องจับตาดูว่าจะสามารถยืนเหนือ EMA 200 ได้หรือไม่ (โอกาส 50/50) - วันนี้ (อ้างอิงจาก TF1H): มีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบ Buyside Liquidity ด้านบน แต่ต้องระวังแรงขายบริเวณ EMA 200 (โอกาสขึ้น 65%) กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) จากสัญญาณใน TF1H ดิฉันแนะนำให้พิจารณาการเทรดในฝั่ง Long เมื่อราคาย่อตัวลงมาในโซนที่มีแนวรับ และมีสัญญาณยืนยันการกลับตัวขึ้น แต่ต้องบริหารความเสี่ยงและตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม - สำหรับนักเทรดระยะสั้น: รอราคาย่อตัวลงมาบริเวณ Bullish OB (ถ้ามี) หรือแนวรับใกล้เคียง EMA 50 และเกิดสัญญาณ Bullish Price Action จากนั้นพิจารณาเข้า Long โดยมีเป้าหมายที่ Buyside Liquidity ด้านบน - เป้าหมายเบื้องต้น: พิจารณา Buyside Liquidity ที่สังเกตได้ในกราฟ - Stop Loss: ใต้ Low ก่อนหน้า หรือใต้ Bullish OB เล็กน้อย จับตาแนวรับแนวต้านสำคัญ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) - แนวรับ: บริเวณ EMA 50, Bullish OB (ถ้ามี), PWL ที่ 3,015.68 - แนวต้าน: บริเวณ EMA 200, Buyside Liquidity ที่สังเกตได้ในกราฟ, PWH ที่ 3,167.72 ตัวอย่าง Daily Trade Setup (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ) *ตัวอย่างที่ 1 (รอการย่อตัวมาที่ Bullish OB) - Enter: รอราคาย่อตัวลงมาบริเวณ Bullish OB (สมมติว่าอยู่ที่ 3,040 - 3,043) และเกิดสัญญาณ Bullish Engulfing หรือ Pin Bar - TP: พิจารณา Buyside Liquidity ที่ 3,055 - SL: ใต้ Low ของ Bullish OB เล็กน้อย ที่ 3,037 - RRR: ประมาณ 1:4 - อธิบายวิธีคิด: เราจะรอให้ราคาปรับตัวลงมาในโซนที่มีแรงซื้อ (Bullish OB) และรอสัญญาณ Price Action ยืนยันการกลับตัวขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเข้าเทรดฝั่ง Long *ตัวอย่างที่ 2 (เข้าเมื่อ Breakout EMA 200) - Enter: รอราคาสามารถ Breakout เหนือ EMA 200 อย่างชัดเจน พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น (สมมติว่า Breakout ที่ 3,052) - TP: เป้าหมายแรกที่บริเวณ Buyside Liquidity ถัดไปที่ 3,060 - SL: ใต้ EMA 200 เล็กน้อย ที่ 3,048 - RRR: ประมาณ 1:2 - อธิบายวิธีคิด: สำหรับ Setup นี้ เราจะเข้าเทรดเมื่อเห็นสัญญาณว่าแรงซื้อมีความแข็งแกร่งพอที่จะผลักดันราคาให้ทะลุแนวต้านสำคัญอย่าง EMA 200 ได้ *Disclaimer*: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเทรดในวันนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในการวิเคราะห์ครั้งหน้า! Lina Engword image
ลิน่าจัดเข้าใจง่าย พร้อมเสิร์ฟเลยค่ะ! "สรุปง่ายๆ เลยนะ 'ยุคโลกาภิวัฒน์น่ะจบแล้ว!' จริงดิคะ? เริ่มต้นจากที่ลุงทรัมป์แกเล่นตั้งกำแพงภาษีซะสูงลิ่วกับคู่ค้าทั่วโลก เหมือนประกาศ 'ปิดประเทศ' กลายๆ ทำลายกฎกติกาการค้าที่ตัวเองเคยสร้างมากับมือซะงั้น! ทำไมเค้าว่า 'โลกาภิวัฒน์มันจบแล้ว' น่ะเหรอ?: - 'ทรัมป์เล่นแรง': แกตั้งกำแพงภาษีสูงปี๊ด เหมือน 'เทขาย' นโยบายเก่าๆ ส่งสัญญาณว่า 'เกมเปลี่ยนแล้ว' นะจ๊ะ! - 'ผู้นำเค้าก็ว่า': นายกฯ อังกฤษ สิงคโปร์ก็ออกมาบอกว่า 'โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว' เหมือน 'ยอมรับความจริง' ว่าโลกาภิวัฒน์มัน 'ถึงจุดจบ' แล้วน่ะ! - 'ระบบการค้ารวน': มาตรการภาษีของทรัมป์ เหมือน 'ทิ้ง' WTO แล้วไปเล่น 'เกมใครเกมมัน' ที่อันตรายสุดๆ เลยนะ! - 'ประเทศส่งออกซวย': พวกที่เน้นส่งของออกนอกประเทศมากๆ เหมือนโดน 'ลดออเดอร์' กระทันหัน เศรษฐกิจป่วนแน่นอน! แล้วทำไม 'ลุงทรัมป์' ถึงอยาก 'พัง' โลกาภิวัฒน์ล่ะ?: - 'แก้หนี้สิน': อเมริกาขาดดุลการค้าเยอะมาก เหมือน 'ใช้จ่ายเกินตัว' ต้องหาทาง 'ลดหนี้' ด่วนๆ! - 'ลดหนี้สาธารณะ': หนี้ของประเทศก็สูงปรี๊ด เหมือน 'บัตรเครดิตเต็มวงเงิน' ต้องรีบโปะ! - 'สกัดดาวรุ่ง': ตั้งกำแพงภาษีกับจีน เหมือน 'กันไม่ให้คู่แข่งโต' จะได้ 'ครองตลาด' คนเดียว! - 'ดึงบริษัทกลับบ้าน': อยากให้บริษัทต่างๆ กลับมาลงทุนในอเมริกา เหมือน 'เรียกเงินทุน' กลับประเทศ สร้างงานสร้างเงิน! แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย?: - 'หุ้นร่วงระนาว': พอประกาศกำแพงภาษี ตลาดหุ้นก็ 'ดิ่งเหว' นักลงทุนกลัวต้นทุนขึ้น กำไรหด! - 'เศรษฐกิจซึมยาว': นักวิเคราะห์เตือนว่าเศรษฐกิจอเมริกาอาจจะ 'แย่ลง' เหมือน 'ป่วยหนัก' ต้องพักฟื้นนาน! - 'คู่ค้าเอาคืน': จีนกับประเทศอื่นๆ ก็ 'ตอบโต้' มาตรการภาษีของอเมริกาแล้ว เหมือน 'สงครามการค้า' เริ่มขึ้น! - 'อำนาจโลกเปลี่ยนมือ': กลุ่ม BRICS เริ่มแข็งแกร่งขึ้น เงินดอลลาร์อาจจะ 'ไม่เจ๋ง' เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ! แล้ว 'ลุงทรัมป์' ทำแบบนี้มันดีหรือไม่ดี?: - 'ข้อดีก็มี': อาจจะจำเป็นต้อง 'แก้ปัญหาหนี้สิน' ของอเมริกาจริงๆ ก็ได้นะ! - 'ข้อเสียก็เยอะ': แต่ทำลายระบบการค้าโลก กระทบเศรษฐกิจหลายประเทศ แถมตัวเองก็อาจจะ 'ซวย' ไปด้วย! สรุปง่ายๆ อีกที: ผู้เขียนเค้าว่า 'ยุคโลกาภิวัฒน์จบเห่' ไปแล้ว โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ 'ไม่แน่นอน' และ 'แข่งกันดุเดือด' กว่าเดิม! แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ในมุมมองของฉัน ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2024: - ฉันว่า 'โลกาภิวัฒน์ยังไม่ตาย' หรอก อาจจะแค่ 'เปลี่ยนไป' มากกว่านะ! มีความเป็นไปได้ 60-70% เลยที่โลกกำลังอยู่ในช่วง 'ปรับตัวครั้งใหญ่' ไม่ใช่ 'จบสิ้น' ซะทีเดียว! ทำไมฉันถึงคิดแบบนั้นน่ะเหรอ?: - 'ชาตินิยมมาแรง': หลายประเทศเริ่มหันมา 'ปกป้องตัวเอง' มากขึ้น กีดกันการค้ากันเองเยอะขึ้น! - 'มหาอำนาจทะเลาะกัน': อเมริกา กับ จีน ก็ 'ไม่ลงรอย' การค้าการลงทุนระหว่างประเทศเลย 'ปั่นป่วน' ไปหมด! - 'ห่วงโซ่อุปทานป่วน': ทั้งโควิด ทั้งสงคราม ทำให้รู้เลยว่า 'พึ่งพาต่างชาติ' มากเกินไปมัน 'เสี่ยง' ต้อง 'กระจายความเสี่ยง' กันหน่อย! - 'ความมั่นคงต้องมาก่อน': เรื่องความมั่นคงของประเทศสำคัญกว่าเรื่องการค้าเสรีไปแล้ว บางทีก็ต้อง 'ยอมเสีย' เรื่องเศรษฐกิจเพื่อความมั่นคง! แต่ก็มีบางอย่างที่ทำให้คิดว่า 'โลกาภิวัฒน์ยังไม่จบ' นะ: - 'เศรษฐกิจยังผูกกันแน่น': ถึงจะมีการกีดกัน แต่การค้าการลงทุนระหว่างประเทศมันก็ยัง 'เยอะ' มากๆ ตัดกันไม่ขาดง่ายๆ หรอก! - 'เทคโนโลยีช่วย': พวกดิจิทัล อินเทอร์เน็ต มันทำให้ 'ข้อมูล สินค้า บริการ' มัน 'ไหล' ข้ามประเทศง่ายขึ้นเยอะ! - 'รวมกลุ่มกันเอง': ถึง WTO จะมีปัญหา แต่หลายๆ ประเทศก็ยัง 'จับมือ' ทำข้อตกลงการค้ากันเองอยู่ดี! - 'ธุรกิจต้องปรับตัว': พวกบริษัทต่างๆ เค้าก็ 'ปรับตัว' หาตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงกันไปแล้ว! - 'คนยังอยากได้ของดีราคาถูก': ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ยังอยากได้ของดีๆ จากทั่วโลกอยู่ดีนั่นแหละ! - 'โลกาภิวัฒน์มันหลายแบบ': บางคนมองแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่จริงๆ มันมีเรื่องวัฒนธรรม สังคม การเมืองด้วยนะ! สรุปอีกทีแบบเข้าใจง่ายๆ: ถึงบทความจะบอกว่า 'โลกาภิวัฒน์จบแล้ว' แต่ฉันว่ามันอาจจะแค่ 'เปลี่ยนรูปแบบ' ไปมากกว่านะ! เหมือนจาก 'วิ่งเร็ว' กลายเป็น 'เดินช้าลง' หรือ 'เน้นวิ่งในกลุ่ม' มากกว่าวิ่งคนเดียว! ต้องจับตาดูต่อไปยาวๆ ว่าโลกเราจะไปทางไหนกันแน่ค่ะ! 😊 อ่านลิงค์ของ อ.ทนง ขันทอง ลิงค์ตรงนี้นะคะ image
BTCUSDT: วิเคราะห์ Head and Shoulders TF1W (อัปเดต) โดย Lina Engword ⚡ สวัสดีค่ะเพื่อนนักเทรดทุกท่าน! ดิฉันกลับมาพร้อมกับการพิจารณารูปแบบ Head and Shoulders อีกครั้งจากกราฟ BTCUSDT TF1W นะคะ ดิฉันเห็นความเป็นไปได้ ของรูปแบบ Head and Shoulders กลับหัว (Inverse Head and Shoulders) ค่ะ โดยมีองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกับการวิเคราะห์ครั้งก่อน แต่มีรายละเอียดเพิ่มเติมที่น่าสนใจดังนี้: - ไหล่ซ้าย (Left Shoulder): ยังคงอยู่ในช่วงประมาณกลางปี 2021 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2022 - หัว (Head): จุดต่ำสุดยังคงอยู่ที่ประมาณกลางปี 2022 - ไหล่ขวา (Right Shoulder): การก่อตัวดูชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี 2023 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยมีระดับต่ำสุดที่สูงกว่าหัวอย่างเห็นได้ชัด Neckline: จากกราฟใหม่นี้ แนว Neckline ดูเหมือนจะยังคงอยู่ที่บริเวณแนวต้านสำคัญประมาณ $69,000 - $70,000 ซึ่งเป็นแนวที่เชื่อมต่อจุดสูงสุดระหว่างไหล่ซ้ายและหัว สิ่งที่ต้องจับตา: - การเข้าใกล้ Neckline: ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวเข้าใกล้แนว Neckline มากยิ่งขึ้น การทดสอบแนวนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด - Volume ในการ Breakout: หากมีการ Breakout เหนือ Neckline สิ่งสำคัญคือต้องมี Volume ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของการกลับตัว - แนวต้านถัดไป: หาก Breakout สำเร็จ แนวต้านถัดไปที่ต้องพิจารณาคือบริเวณ Supply Zone ที่อยู่สูงขึ้นไป สถานการณ์ที่เป็นไปได้: - Breakout สำเร็จ: หากราคาสามารถ Breakout เหนือ Neckline พร้อม Volume ที่แข็งแกร่ง จะเป็นสัญญาณยืนยันรูปแบบ Head and Shoulders กลับหัว และมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปยังเป้าหมายราคาโดยประมาณ (ระยะจากหัวถึง Neckline วัดขึ้นไปจากจุด Breakout) - ไม่สามารถ Breakout: หากราคาไม่สามารถ Breakout เหนือ Neckline ได้ อาจเกิดการปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับบริเวณไหล่ขวาอีกครั้ง สรุป: รูปแบบ Head and Shoulders กลับหัวในกราฟ BTCUSDT TF1W ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรจับตามองอย่างใกล้ชิด การที่ราคาเข้าใกล้แนว Neckline มากขึ้น ทำให้การ Breakout เป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะบ่งชี้ถึงการกลับตัวของแนวโน้มในระยะยาว นักเทรดควรเตรียมพร้อมสำหรับทั้งสองสถานการณ์ (Breakout สำเร็จหรือไม่สำเร็จ) และรอสัญญาณยืนยันก่อนตัดสินใจเข้าเทรด Disclaimer: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ หากมีข้อมูลหรือมุมมองอื่นเพิ่มเติม สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เสมอนะคะ! Lina Engword
การวิเคราะห์รายวัน GOLD ⚡📉 สวัสดีค่ะเพื่อนนักเทรดทุกท่าน! กลับมาพบกับการวิเคราะห์ GOLD โดย Lina Engword อีกครั้งนะคะ วันนี้เราจะมาอัปเดตภาพรวมตลาด วิเคราะห์แนวโน้มในแต่ละ Timeframe 1 H และวางกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันกันค่ะ ข้อมูล ณ วันที่: 8 เมษายน 2568, 15:47 น. (Bangkok, Thailand Time) ราคาปัจจุบัน (จากภาพ): ประมาณ 2,997.50 (โปรดทราบว่าราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง) Previous Weekly High (PWH): 3,086.83 Previous Weekly Low (PWL): 3,002.32 ภาพรวมตลาดล่าสุด: ⚡ จากภาพที่เราเห็นเป็นกราฟ TF1H ของ GOLD นะคะ เราจะมาวิเคราะห์ภาพรวมตลาดล่าสุดจากข้อมูลนี้กันค่ะ ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่า EMA 50 (สีเหลือง) และ EMA 200 (สีขาว) ซึ่งโดยทั่วไปบ่งบอกถึงแรงขายที่ยังคงมีอิทธิพลในระยะสั้นถึงกลาง วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ): - Timeframe ระยะสั้น (พิจารณาจาก TF1H): แนวโน้มในกรอบเวลา 1 ชั่วโมงดูเหมือนจะเป็นขาลง โดยราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น EMA ทั้งสองเส้น และมีการทำ Lower High และ Lower Low อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังเห็นสัญญาณ Bearish Order Block ที่ยังไม่ถูกใช้งาน ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายของราคาในอนาคต - SMC: จากภาพ เราเห็นการเกิด CHoCH Bearish ซึ่งเป็นการบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้นไปเป็นขาลงในโครงสร้างราคา นอกจากนี้ ยังมี Bearish OB ที่ราคายังไม่เข้าไปทดสอบ - Buyside & Sellside Liquidity: เราสังเกตเห็น Sellside Liquidity ที่อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายของราคาหากแรงขายยังคงแข็งแกร่ง ในขณะที่ Buyside Liquidity อยู่เหนือราคาขึ้นไป - Money Flow: อินดิเคเตอร์ Money Flow แสดงให้เห็นถึงการไหลออกของเงิน ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มขาลงในระยะสั้น - EMA: ราคาอยู่ต่ำกว่า EMA 50 และ EMA 200 อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลง - Trend Strength: อินดิเคเตอร์ Trend Strength ปรากฏเป็นเมฆสีแดง ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่ง เปรียบเทียบแนวโน้มของแต่ละอินดิเคเตอร์ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ): - แนวโน้มตรงกัน (ส่วนใหญ่เป็นขาลงในระยะสั้น): ราคาต่ำกว่า EMA ทั้งสองเส้น, เกิด CHoCH Bearish, Money Flow เป็นลบ, Trend Strength เป็นขาลง - แนวโน้มต่างกัน (ยังต้องพิจารณา TF อื่นๆ เพิ่มเติม): ในภาพนี้ยังไม่เห็นสัญญาณขัดแย้งที่ชัดเจน แต่เราต้องนำไปเปรียบเทียบกับ TF อื่นๆ เพื่อให้ได้ภาพรวมที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น - วิธีคิด: จาก TF1H บ่งชี้ถึงแรงขายที่แข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลง การพิจารณา Short ในจังหวะที่เหมาะสมอาจมีความได้เปรียบ - สรุปแนวโน้ม (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ): - ระยะสั้น: ขาลง (โอกาส 75%) - ระยะกลาง: มีแนวโน้มเป็นขาลง (โอกาส 65%) - ระยะยาว: ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติมจาก TF Day (โอกาส 50/50) - วันนี้ (อ้างอิงจาก TF1H): มีโอกาสปรับตัวลงต่อ โดยมีเป้าหมายที่ Sellside Liquidity ด้านล่าง (โอกาสลง 70%) กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ): จากสัญญาณใน TF1H ดิฉันแนะนำให้พิจารณาการเทรดในฝั่ง Short เมื่อมีสัญญาณยืนยันที่ชัดเจนค่ะ แต่ต้องระมัดระวังและบริหารความเสี่ยงด้วยการตั้ง Stop Loss ที่เหมาะสม - สำหรับนักเทรดระยะสั้น: มองหาจังหวะ Sell on Rally เมื่อราคามีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อยและเข้าใกล้บริเวณ Bearish OB หรือแนวต้านสำคัญ โดยรอสัญญาณ Price Action ยืนยันการกลับตัวลง - เป้าหมายเบื้องต้น: พิจารณา Sellside Liquidity ที่อยู่ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน - Stop Loss: เหนือ High ก่อนหน้า หรือเหนือ Bearish OB เล็กน้อย จับตาแนวรับแนวต้านสำคัญ (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ): - แนวรับ: บริเวณ Sellside Liquidity ที่สังเกตได้ในกราฟ, PWL ที่ 3,002.32 (แม้ว่าราคาจะลงมาต่ำกว่าแล้วก็ตาม) - แนวต้าน: บริเวณ Bearish OB ที่ยังไม่ถูกใช้งาน, EMA 50, EMA 200 ตัวอย่าง Daily Trade Setup (อ้างอิงจาก TF1H ในภาพ): ตัวอย่างที่ 1 (รอการยืนยันที่ Bearish OB): - Enter: รอราคารีบาวด์ขึ้นมาบริเวณ Bearish OB (สมมติว่าอยู่ที่ 3,005.00 - 3,008.00) และเกิดสัญญาณ Bearish Engulfing หรือ Pin Bar - TP: พิจารณา Sellside Liquidity ที่ 2,990.00 - SL: เหนือ High ของ Bearish OB เล็กน้อย ที่ 3,012.00 - RRR: ประมาณ 1:3.6 - อธิบายวิธีคิด: เราจะรอให้ราคาปรับตัวขึ้นมาในโซนที่มีแรงขาย (Bearish OB) และรอสัญญาณ Price Action ยืนยันการกลับตัวลง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเข้าเทรดฝั่ง Short ตัวอย่างที่ 2 (Breakdown Setup): - Enter: เข้า Short ทันทีที่ราคาสามารถ Breakout ต่ำกว่า Low ก่อนหน้าใน TF1H อย่างชัดเจน พร้อม Volume ที่เพิ่มขึ้น (สมมติว่า Breakout ที่ 2,995.00) - TP: เป้าหมายแรกที่บริเวณ Sellside Liquidity ถัดไปที่ 2,985.00 - SL: เหนือ High ก่อนหน้าเล็กน้อย ที่ 3,000.00 - RRR: ประมาณ 1:2 - อธิบายวิธีคิด: สำหรับ Setup นี้ เราจะเข้าเทรดเมื่อเห็นสัญญาณว่าแรงขายมีความแข็งแกร่งพอที่จะผลักดันราคาให้ลงไปทำ Lower Low ได้ Disclaimer: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเทรดในวันนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในการวิเคราะห์ครั้งหน้า! Lina Engword
LUNCUSDT.P: เจาะลึกแนวโน้มและกลยุทธ์วันนี้ โดย Lina Engword⚡📉 สวัสดีเพื่อนนักเทรดทุกท่าน! กลับมาพบกับการวิเคราะห์ LUNCUSDT.P อีกครั้งนะคะ วันนี้เราจะมาพิจารณากรอบเวลา 1 ชั่วโมง และความคิดเห็นของคุณ เพื่อวางกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมกันค่ะ ข้อมูล ณ วันที่: 8 เมษายน 2568, 16:51 น. ราคาปัจจุบัน: 0.00005635 Previous Weekly High (PWH): 0.00006202 Previous Weekly Low (PWL): 0.00005362 ภาพรวมตลาดล่าสุด (TF 1H): จากกราฟ TF 1 ชั่วโมง เราจะเห็นว่าราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า EMA 50 (สีเหลือง) และ EMA 200 (สีขาว) อย่างชัดเจน ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงในระยะสั้นถึงปานกลาง อย่างไรก็ตาม เราจะมาพิจารณาข้อสังเกตของคุณเกี่ยวกับ TF ที่เล็กลงกันค่ะ วิเคราะห์แนวโน้มทางเทคนิค (เพิ่มเติมจาก TF 1H และข้อสังเกตของคุณ): - Timeframe ระยะสั้น: ข้อสังเกตของคุณที่ว่าราคามีโอกาสปรับตัวลงไปที่ Sellside Liquidity บริเวณ 0.00005476 นั้นน่าสนใจค่ะ บริเวณดังกล่าวเป็น Inflow High Volume ของ Money Flow ใน TF ที่เล็กลง (+16.9%) และยังเป็น Low ก่อนหน้าใน TF 1 ชั่วโมง ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับที่แข็งแกร่งได้ - Timeframe ระยะกลาง (1H): อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แนวโน้มใน TF 1 ชั่วโมงยังคงเป็นขาลง เนื่องจากราคายังคงอยู่ใต้เส้น EMA สำคัญ และยังไม่มีสัญญาณการกลับตัวที่ชัดเจน เช่น CHoCH Bullish หรือ BoS Bullish ที่แข็งแกร่ง - Buyside & Sellside Liquidity: จากกราฟ เราจะเห็น Sellside Liquidity ที่คุณกล่าวถึงบริเวณ 0.00005476 ซึ่งอาจดึงดูดราคาให้ลงไปทดสอบได้ หากราคาสามารถทะลุผ่านแนวรับนี้ไปได้ ก็อาจมี Sellside Liquidity ในระดับที่ต่ำกว่ารออยู่ เปรียบเทียบแนวโน้มของแต่ละอินดิเคเตอร์: - แนวโน้มตรงกัน (ขาลงใน TF 1H): EMA 50 และ EMA 200 ชี้ลง บ่งบอกถึงแรงขายที่ยังคงมีอยู่ - แนวโน้มต่างกัน (อาจเกิดการย่อตัวลงในระยะสั้นตาม Money Flow): Inflow Volume ที่แข็งแกร่งที่คุณสังเกตเห็นใน TF ที่เล็กลง อาจส่งผลให้เกิดการย่อตัวลงมาที่บริเวณนั้นก่อนที่จะตัดสินทิศทางอีกครั้ง - วิธีคิด: การที่บริเวณ 0.00005476 เป็นทั้ง Sellside Liquidity, Inflow High Volume และ Low ก่อนหน้าใน TF 1 ชั่วโมง ทำให้บริเวณนี้เป็นโซนที่น่าจับตามอง หากราคาลงมาทดสอบและเกิดสัญญาณ Bullish Price Action ก็อาจเป็นโอกาสในการเข้า Long ระยะสั้น แต่หากราคาทะลุลงไปได้ ก็อาจเปิดโอกาสให้ราคาลงไปสู่ระดับที่ต่ำกว่า - สรุปแนวโน้ม: - ระยะสั้น: มีโอกาสลงไปทดสอบ 0.00005476 (โอกาส 65%) - ระยะกลาง: Bearish (โอกาส 70%) - วันนี้: คาดการณ์ว่าจะมีการเคลื่อนไหวลงไปทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 0.00005476 (โอกาสลง 60%) กลยุทธ์การเทรดที่แนะนำ: จากสถานการณ์ปัจจุบันและข้อสังเกตของคุณ ดิฉันมีกลยุทธ์ที่แนะนำดังนี้ค่ะ - สำหรับนักเทรดระยะสั้น: เฝ้าระวังบริเวณ 0.00005476 หากราคาลงมาทดสอบและเกิดสัญญาณ Bullish Price Action ที่ชัดเจน อาจพิจารณาเข้า Long โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่แนวต้านใน TF 15m หรือ 1H และตั้ง Stop Loss ใต้ Low ที่เกิดก่อนสัญญาณ Bullish - สำหรับนักเทรดที่ต้องการ Short: หากราคาไม่สามารถ Breakout แนวต้านใน TF 1H ได้ (เช่น บริเวณ EMA 50) และเกิดสัญญาณ Bearish Price Action อาจพิจารณา Short โดยมีเป้าหมายที่บริเวณ 0.00005476 และหากทะลุลงไปได้ ก็อาจพิจารณาเป้าหมายที่ต่ำกว่า - การบริหารความเสี่ยง: ไม่ว่าท่านจะเลือกกลยุทธ์ใด การบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรกำหนดขนาด Position ที่เหมาะสมและตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง จับตาแนวรับแนวต้านสำคัญ: - แนวรับ: 0.00005476 (Sellside Liquidity, Inflow High Volume, Low TF 1H), (ระบุแนวรับสำคัญอื่นๆ ตาม SMC และ Liquidity ในภาพ) - แนวต้าน: (ระบุแนวต้านสำคัญตาม EMA, SMC และ Liquidity ในภาพ) ตัวอย่าง Daily Trade Setup (อิงตามความคิดเห็นของคุณ): ตัวอย่างที่ 1 (Long หากเกิดสัญญาณที่แนวรับสำคัญ): - Enter: รอราคาทดสอบบริเวณ 0.00005476 และเกิดสัญญาณ Bullish Price Action ใน TF 15m หรือ 1H - TP: แนวต้านแรกใน TF 15m หรือบริเวณ 0.00005550 - 0.00005600 - SL: ใต้ Low ที่เกิดก่อนสัญญาณ Bullish Price Action เล็กน้อย - RRR: พิจารณาตามแนวรับแนวต้าน - อธิบายวิธีคิด: เราจะรอให้ราคาลงมาในบริเวณที่มีนัยสำคัญ และรอสัญญาณยืนยันว่าแรงซื้อกลับเข้ามา ก่อนที่จะเข้า Long เพื่อลดความเสี่ยง ตัวอย่างที่ 2 (Short หากไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้): - Enter: หากราคาดีดตัวขึ้นไปไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านใน TF 1H (เช่น EMA 50) และเกิดสัญญาณ Bearish Price Action - TP: บริเวณ 0.00005476 และหากทะลุได้ เป้าหมายถัดไป - SL: เหนือ High ของสัญญาณ Bearish Price Action เล็กน้อย - RRR: พิจารณาตามแนวรับแนวต้าน - อธิบายวิธีคิด: ในกรณีที่ราคาไม่สามารถ Breakout แนวต้านได้ และมีสัญญาณ Bearish เข้ามา เราจะพิจารณาเข้า Short โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่แนวรับถัดไป Disclaimer: การวิเคราะห์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นที่เฉียบคมของคุณนะคะ! หวังว่าการวิเคราะห์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเทรดของทุกท่านในวันนี้ค่ะ แล้วพบกันใหม่ในการวิเคราะห์ครั้งหน้า! Lina Engword