นิวซีแลนด์ประกาศแบนตู้ ATM คริปโต และจำกัดการโอนเงินสดต่างประเทศไม่เกิน $5,000
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศมาตรการใหม่เพื่อสกัดการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
• แบนตู้ ATM คริปโต (Crypto ATMs) ทั่วประเทศ
ตู้ ATM คริปโตที่มีอยู่กว่า 220 เครื่องในนิวซีแลนด์จะต้องถูกถอดถอนทั้งหมด เพื่อปิดช่องทางที่อาชญากรใช้เปลี่ยนเงินสดเป็นคริปโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในการฟอกเงินและเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมายข้ามประเทศ
• จำกัดการโอนเงินสดต่างประเทศไม่เกิน 5,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อรายการ
กำหนดเพดานการโอนเงินสดไปต่างประเทศสูงสุดที่ 5,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ต่อครั้ง เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายเงินสดจำนวนมากออกนอกประเทศผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ยาก
• เพิ่มอำนาจหน่วยงานกำกับดูแล
หน่วยงาน Financial Intelligence Unit (FIU) จะได้รับอำนาจมากขึ้นในการตรวจสอบและติดตามธุรกรรมที่น่าสงสัย พร้อมให้ธนาคารและธุรกิจต้องรายงานข้อมูลผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
• ลดความสะดวกในการเปลี่ยนเงินสดเป็นคริปโต
ผู้ใช้งานคริปโตในนิวซีแลนด์จะไม่สามารถใช้ตู้ ATM เพื่อแปลงเงินสดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลได้อีกต่อไป ต้องหันไปใช้ช่องทางออนไลน์หรือบริการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลเข้มงวดมากขึ้น
• เพิ่มความโปร่งใสและการติดตามธุรกรรม
มาตรการนี้จะทำให้ธุรกรรมคริปโตในนิวซีแลนด์ถูกตรวจสอบและติดตามได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการฟอกเงินและอาชญากรรมทางการเงิน
• อาจกระทบต่อธุรกิจคริปโตบางประเภท
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตู้ ATM คริปโต รวมถึงผู้ให้บริการโอนเงินสดต่างประเทศ อาจต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงาน
วันที่ของข่าว: 9 กรกฎาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
เวียดนามรับรองคริปโตและเข้มงวด KYC/AML เพื่อหลุดจากบัญชีสีเทา FATF
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2025 สภาแห่งชาติเวียดนามได้ผ่าน “กฎหมายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล” ซึ่งรับรองสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตอย่างเป็นทางการ โดยกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จุดประสงค์หลักคือเพื่อยกระดับมาตรฐานการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (CFT) ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ FATF หลังจากเวียดนามถูกขึ้นบัญชีสีเทาในปี 2023 จากจุดอ่อนด้าน AML/CFT.
ประเด็นสำคัญของกฎหมายใหม่
• รับรองคริปโตอย่างเป็นทางการ: เวียดนามนิยามและแยกประเภทระหว่าง “สินทรัพย์คริปโต” (เช่น Bitcoin, Ether) กับ “สินทรัพย์เสมือน” (เช่น โทเคนที่ไม่ใช่การเงิน) เพื่อให้กำกับดูแลได้ตรงจุด
• มาตรการ AML/KYC เข้มงวด: ผู้ให้บริการคริปโตต้องตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC), เฝ้าระวังธุรกรรม, และรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัยต่อรัฐ
• ตั้ง Sandbox ทดสอบนวัตกรรม: เปิดโอกาสให้ทดลองบริการคริปโตและ DeFi ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยี
• สิทธิประโยชน์สำหรับธุรกิจเทคโนโลยี: มีมาตรการลดหย่อนภาษี เงินอุดหนุน และสิทธิ์วีซ่าสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและนักลงทุนต่างชาติ
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
• สร้างความชัดเจนทางกฎหมาย: นักลงทุนและบริษัทคริปโตสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายที่ชัดเจน ลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและเพิ่มความเชื่อมั่น
• เพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้: การกำกับดูแลที่เข้มงวดช่วยลดโอกาสเกิดการฉ้อโกงและปกป้องผู้บริโภค หลังเกิดคดีหลอกลวงคริปโตในประเทศหลายกรณี
• ดึงดูดเงินลงทุนและผู้เล่นระดับโลก: กฎหมายใหม่คาดว่าจะเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันและเงินทุนต่างชาติเข้ามาในตลาดคริปโตเวียดนามมากขึ้น
• ช่วยเวียดนามหลุดบัญชีสีเทา FATF: การปฏิรูปครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงภาพลักษณ์การเงินของประเทศและสร้างความน่าเชื่อถือระดับสากล
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
วันที่ของข่าว: 7 กรกฎาคม 2025
Justin Sun ประกาศเปิดตัวคู่เทรด USD1 อย่างเป็นทางการบน TRON
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2025 Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON ได้ประกาศเปิดตัวคู่เทรดของเหรียญ USD1 (Stablecoin ที่ออกโดยโครงการ World Liberty Financial ที่เชื่อมโยงกับ Trump) อย่างเป็นทางการบนเครือข่าย TRON โดยคู่เทรดแรกที่เปิดให้ซื้อขายบนแพลตฟอร์ม DEX หลักๆ ได้แก่ USDT/USD1, TRX/USD1 และ NFT/USD1
ผลกระทบที่มีต่อวงการคริปโต
• เพิ่มทางเลือก Stablecoin: การเปิดตัว USD1 ทำให้ตลาด Stablecoin มีตัวเลือกใหม่บน TRON ecosystem ซึ่งอาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความหลากหลายให้กับผู้ใช้งาน DeFi
• ขยายอิทธิพลของ TRON: TRON ยังคงขยายบทบาทในตลาดคริปโต โดยเฉพาะในกลุ่ม stablecoin และ memecoin ที่เกี่ยวข้องกับโครงการของ Trump
• ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ: USD1 อ้างว่ามีการค้ำประกันด้วย U.S. Treasuries, เงินฝากดอลลาร์ และสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด ทำให้มีความมั่นคงและเหมาะสำหรับการใช้งานในระดับสถาบัน
• ความเสี่ยงด้านสมาธิของสภาพคล่อง: แม้จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่สภาพคล่องของ USD1 ยังคงกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่กระเป๋าเงินหลัก และยังไม่สามารถเข้าถึงตลาด Exchange ใหญ่ๆ ได้มากนัก ซึ่งอาจจำกัดการเติบโตในระยะสั้น
• ผลกระทบต่อราคา TRUMP: แม้จะมีการขยาย ecosystem แต่เหรียญ TRUMP ซึ่งเป็น memecoin หลักของโครงการยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงและเผชิญแรงกดดันจากการปล่อยเหรียญเพิ่มและการขายของทีมงาน
วันที่ของข่าว: 7 กรกฎาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Block ของ Jack Dorsey เปิดตัวแอปแชทแบบกระจายศูนย์ผ่าน Bluetooth พร้อมแนวคิดเชื่อมโยงกับ Bitcoin
Jack Dorsey ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter และ CEO ของ Block ได้เปิดตัวแอปแชทใหม่ชื่อ “Bitchat” ซึ่งเป็นแอปส่งข้อความแบบกระจายศูนย์ (decentralized) ที่ใช้เทคโนโลยี Bluetooth mesh network ในการส่งข้อความแบบเข้ารหัสโดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์กลาง
รายละเอียดสำคัญของ Bitchat
• แอปนี้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมีอินเทอร์เน็ต หมายเลขโทรศัพท์ หรืออีเมล
• ข้อความถูกเข้ารหัสแบบ end-to-end และจะถูกเก็บไว้เฉพาะในอุปกรณ์เท่านั้น โดยจะหายไปโดยอัตโนมัติ
• โครงสร้าง mesh network ช่วยให้การส่งข้อความขยายระยะทางได้มากกว่าขอบเขต Bluetooth ปกติ โดยอาศัยอุปกรณ์ของผู้ใช้คนอื่นเป็นตัวกลาง
• รองรับการแชทแบบกลุ่มและสามารถตั้งรหัสผ่านห้องได้
• ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัว ทนต่อการเซ็นเซอร์ และใช้งานในสถานการณ์ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เช่น การประท้วงหรือภัยพิบัติ
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
• แนวคิดของ Bitchat สอดคล้องกับอุดมการณ์ของ Bitcoin และคริปโตในเรื่องการกระจายศูนย์ ความเป็นส่วนตัว และการต่อต้านการควบคุมจากส่วนกลาง
• มีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลธุรกรรม Bitcoin ผ่าน mesh network ในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้การใช้งาน Bitcoin มีความทนทานต่อการปิดกั้นหรือการควบคุมจากรัฐหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
• การที่ Block และ Dorsey ผลักดันเทคโนโลยีนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการนำเทคโนโลยี mesh network มาใช้ในระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) และระบบโอนเงินแบบไม่ต้องพึ่งโครงสร้างพื้นฐานดั้งเดิม
วันที่ของข่าว: 7 กรกฎาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
UAE ปฏิเสธการให้ Golden Visa แก่นักลงทุนคริปโต
ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “นักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโต” ไม่มีสิทธิ์ได้รับวีซ่าทองคำ (Golden Visa) ตามที่มีข่าวลือหรือการโปรโมตจากบางแพลตฟอร์ม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Federal Authority for Identity, Citizenship, Customs and Port Security (ICP), Securities and Commodities Authority (SCA) และ Virtual Assets Regulatory Authority (VARA) ระบุชัดเจนว่า การลงทุนในคริปโตไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการอนุมัติสำหรับ Golden Visa
ประเภทบุคคลที่มีสิทธิ์ขอ Golden Visa ยังคงจำกัดอยู่ที่:
• นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์
• ผู้ประกอบการ
• บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ
• นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ
• นักเรียนและผู้สำเร็จการศึกษาชั้นนำ
• ผู้บุกเบิกด้านมนุษยธรรม
• บุคลากรแนวหน้า
VARA ยังย้ำว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตต้องได้รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐเท่านั้น ซึ่ง TON (บริษัทที่ถูกกล่าวถึงในข่าวลือ) ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตหรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ VARA แต่อย่างใด
• นักลงทุนและผู้ถือครองคริปโตใน UAE จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าทองคำจากการถือครองหรือสเตคเหรียญดิจิทัล
• ข่าวลือและการโปรโมตที่อ้างว่าสามารถขอ Golden Visa ได้จากการลงทุนในคริปโต อาจนำไปสู่การเข้าใจผิดและความเสี่ยงในการถูกหลอกลวง
• ราคาเหรียญ TON มีความผันผวนหลังข่าวนี้ โดยก่อนหน้านี้มีการพุ่งขึ้นจากกระแสข่าวลือ และร่วงลงทันทีหลังทางการออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการ
• นักลงทุนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการเท่านั้น และหลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ได้รับการรับรองจากรัฐ
วันที่ของข่าว: 7-8 กรกฎาคม 2025
Source:
Business Standard
CoinDesk
Khaleej Times
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
เมื่อวันที่ 6-7 กรกฎาคม 2025 Metaplanet ได้ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีกจำนวน 2,205 เหรียญ มูลค่ารวมประมาณ 240.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ตอนนี้ Metaplanet ถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้น 15,555 เหรียญ มูลค่ารวมประมาณ 1.69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การซื้อ Bitcoin จำนวนมากในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่อสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นความสนใจและความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตโดยรวม นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้ราคาของ Bitcoin มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากความต้องการที่สูงขึ้นในตลาด อย่างไรก็ตาม การถือครอง Bitcoin จำนวนมากโดยผู้เล่นรายใหญ่ยังเพิ่มความผันผวนในตลาดได้เช่นกัน
วันที่ข่าว: 6-7 กรกฎาคม 2025
แหล่งที่มา: Twitter @kapil3096, @kratos_harmony, @BSCNews
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ธนาคารสวิตเซอร์แลนด์ AMINA Bank กลายเป็นธนาคารแห่งแรกของโลกที่เปิดให้บริการซื้อขายและดูแลเก็บรักษาเหรียญ Stablecoin ของ Ripple ชื่อ RLUSD ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่าผูกกับดอลลาร์สหรัฐอย่าง 1:1 โดยธนาคารนี้เริ่มให้บริการสำหรับลูกค้าสถาบันและนักลงทุนมืออาชีพผ่านแพลตฟอร์มทั้งมือถือและเดสก์ท็อปแล้ว พร้อมวางแผนขยายบริการเพิ่มเติมในอนาคต
การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Ripple ในการเชื่อมโลกคริปโตเคอร์เรนซีเข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) โดย RLUSD มีมูลค่าตลาดประมาณ 430-440 ล้านดอลลาร์ และได้รับการกำกับดูแลโดยกรมบริการการเงินรัฐนิวยอร์ก (NYDFS) รวมถึงมีสินทรัพย์สำรองเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงและความโปร่งใส
วันที่ข่าว: 3-4 กรกฎาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Siam Blockchain, CoinDesk, AMINA Bank Press Release, Investing.com
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2025 Toncoin (TON) ประกาศความร่วมมือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดโครงการ “Golden Visa” สำหรับผู้ที่นำเหรียญ TON มาสต๊าก (Stake) โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
• ผู้สมัครต้องนำ TON มาสต๊ากขั้นต่ำ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.6 ล้านบาท) เป็นเวลา 3 ปี ผ่านสมาร์ทคอนแทรกต์แบบกระจายศูนย์บนบล็อกเชน TON
• มีค่าธรรมเนียมดำเนินการครั้งเดียว 35,000 ดอลลาร์สหรัฐ
• ผู้สมัครยังคงถือครองเหรียญ TON ได้เองตลอดระยะเวลาสต๊าก และสามารถถอนคืนได้หลังครบ 3 ปี
• วีซ่าครอบคลุมคู่สมรส บุตร และบิดามารดา โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกจากค่าธรรมเนียมรัฐบาลปกติ
• กระบวนการอนุมัติใช้เวลาน้อยกว่า 7 สัปดาห์
• ผู้สต๊ากจะได้รับผลตอบแทนราว 3-4% ต่อปีจากเหรียญ TON ที่สต๊าก
วันที่ของข่าว: 6 กรกฎาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
มหาเศรษฐีชาวเม็กซิกัน Ricardo Salinas Pliego ได้แสดงความคิดเห็นล่าสุดว่า การถือครอง Bitcoin (BTC) นั้นดีกว่าการซื้อบ้านเป็นการลงทุน โดยเขาแนะนำให้คนขายบ้านแล้วนำเงินไปซื้อ Bitcoin แทน เนื่องจาก Bitcoin มีข้อได้เปรียบในเรื่องของความหายาก (จำกัดจำนวนสูงสุด 21 ล้านเหรียญ) และคุณสมบัติที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ดีกว่าอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้เรื่อย ๆ ขณะที่บ้านเหมาะสำหรับอยู่อาศัยเท่านั้น ไม่ใช่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวเทียบเท่า Bitcoin
Salinas ยังแนะนำให้ผู้ที่มีบ้านพิจารณาการกู้เงินระยะยาว (mortgage) เพื่อปลดล็อกเงินทุนและนำไปลงทุนใน Bitcoin แทน เพราะเขามองว่าเงิน fiat กำลังจะล่มสลายจากภาวะเงินเฟ้อและระบบธนาคารกลางที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งทำให้มูลค่าของเงินลดลงและรัฐบาลสามารถแอบแฝงขโมยความมั่งคั่งของประชาชนผ่านเงินเฟ้อได้
ในพอร์ตการลงทุนของเขาเอง Salinas ถือ Bitcoin สูงถึง 70% และส่วนที่เหลือเป็นทองคำและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับทองคำ โดยเขาไม่ถือพันธบัตรหรือหุ้นอื่น ๆ เพราะมองว่า Bitcoin คือสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุดและมีศักยภาพสูงในการรักษามูลค่าในระยะยาว
คำแนะนำของ Salinas ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงและถือ Bitcoin จำนวนมาก คาดว่าจะช่วยเพิ่มความสนใจและความต้องการใน Bitcoin โดยเฉพาะในภูมิภาคละตินอเมริกา ซึ่งประสบปัญหาเศรษฐกิจและเงินเฟ้อสูง นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณให้เห็นถึงแนวโน้มการยอมรับคริปโตในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงและทางเลือกแทนการลงทุนแบบดั้งเดิม เช่น อสังหาริมทรัพย์
วันที่ข่าว: 3-5 กรกฎาคม 2025
แหล่งข้อมูล: CryptoSlate (4 ก.ค. 2025), CoinTelegram (5 ก.ค. 2025), CryptoDnes (5 ก.ค. 2025), SiamBlockchain (2025), TheCryptoBasic (6 พ.ค. 2025)
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
JD.com และ Ant Group ผลักดันขออนุมัติออก Stablecoin ผูกหยวนออฟชอร์
เมื่อวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2025 มีรายงานว่า 2 ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน JD.com และ Ant Group (ในเครือ Alibaba) กำลังเดินหน้าเจรจากับธนาคารกลางจีน (PBOC) เพื่อขออนุมัติออก Stablecoin ที่อ้างอิงกับเงินหยวนออฟชอร์ (CNH) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอิทธิพลของ Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ เช่น USDT และผลักดันการใช้เงินหยวนในเวทีการเงินดิจิทัลระดับโลก
• ทั้งสองบริษัทเสนอให้เริ่มออก Stablecoin หยวนในฮ่องกงก่อน ขยายไปยังเขตเศรษฐกิจเสรีของจีนในลำดับถัดไป
• JD.com และ Ant Group เตรียมยื่นขอใบอนุญาตออก Stablecoin ในฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยอาศัยกฎหมายใหม่ของฮ่องกงที่มีผล 1 สิงหาคมนี้
• ข้อเสนอนี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการแข่งขันกับสหรัฐฯ ในการสร้างกรอบกำกับดูแล Stablecoin และขยายบทบาทของหยวนในระบบการเงินโลก
• หากได้รับอนุมัติ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญ หลังจากจีนแบนคริปโตในประเทศตั้งแต่ปี 2021
ผลกระทบต่อวงการคริปโต
• การออก Stablecoin ผูกหยวนออฟชอร์จะเพิ่มทางเลือกใหม่ในการชำระเงินและโอนเงินข้ามประเทศ ลดการพึ่งพา Stablecoin ดอลลาร์
• อาจช่วยเร่งการใช้หยวนในธุรกรรมดิจิทัลระหว่างประเทศ และส่งเสริมการยอมรับหยวนในตลาดโลก
• เป็นแรงกดดันต่อ Stablecoin ดอลลาร์ เช่น USDT และ USDC ที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน
• อาจกระตุ้นให้ประเทศอื่น ๆ เร่งพัฒนา Stablecoin หรือสกุลเงินดิจิทัลของตนเองเพื่อแข่งขันในตลาดโลก
วันที่ข่าว: 3-4 กรกฎาคม 2025
Source:
• Reuters, 3 ก.ค. 2025
• CoinDesk, 4 ก.ค. 2025
• Siam Blockchain, 3 ก.ค. 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce