จีนประกาศแผนขายคริปโตที่ยึดได้ผ่านตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตที่ได้รับอนุญาตในฮ่องกง โดยความร่วมมือกับ China Beijing Equity Exchange (CBEX) เพื่อจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้จากคดีอาชญากรรม ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้จะถูกแปลงเป็นเงินหยวนและโอนเข้าบัญชีพิเศษก่อนเข้าสู่คลังของรัฐ. นี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยงานในจีนแผ่นดินใหญ่ดำเนินกระบวนการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยึดได้อย่างเป็นทางการผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายในฮ่องกง ซึ่งฮ่องกงมีสถานะเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาค ขณะที่จีนยังคงบังคับใช้การแบนการซื้อขายคริปโตอย่างเข้มงวด. การขายคริปโตที่ยึดได้จำนวนมหาศาล (มูลค่ากว่า 60 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023) อาจส่งผลต่อตลาดคริปโตในระดับหนึ่ง แต่จีนมองว่าการแปลงสินทรัพย์เหล่านี้เป็นเงินสดเพื่อใช้ประโยชน์ในรัฐเป็นสิ่งจำเป็น นอกจากนี้ การใช้ฮ่องกงเป็นช่องทางขายสินทรัพย์คริปโตยังช่วยให้จีนควบคุมตลาดได้โดยไม่ต้องเปิดเสรีในแผ่นดินใหญ่. นอกจากนี้ จีนยังมีมาตรการแบนการถือครองคริปโตส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด เพื่อผลักดันการใช้หยวนดิจิทัล (CBDC) เป็นสกุลเงินดิจิทัลหลักของประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตทั่วโลก. วันที่ข่าว: 5-7 มิถุนายน 2025 แหล่งข้อมูล: Cryptopolitan, Caixin Global, CryptoRank, Siam Blockchain #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ยังคงยืนยันจุดยืนเดิมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ศาลสูงสุดจะเรียกร้องให้ตรวจสอบและกำหนดกฎระเบียบที่ชัดเจนสำหรับคริปโตเคอร์เรนซี โดยผู้ว่าการ RBI ระบุว่ายังมีความเสี่ยงในสินทรัพย์เหล่านี้และไม่มีพัฒนาการใหม่ใดที่เปลี่ยนแปลงท่าทีของธนาคาร ขณะเดียวกัน RBI ได้เปิดตัวกรอบการกำกับดูแลใหม่เพื่อควบคุมอุตสาหกรรมคริปโตในอินเดีย แม้ว่าคริปโตจะยังไม่ถูกกฎหมายอย่างชัดเจน แต่มีการเก็บภาษีสูงถึง 30% จากกำไรและมีการเก็บภาษี ณ ที่จ่าย (TDS) รวมทั้ง GST กับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตในประเทศ อย่างไรก็ตาม การขาดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนทำให้การซื้อขายคริปโตส่วนใหญ่ยังคงเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนอกประเทศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของอินเดีย ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินและการขาดการกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ศาลสูงสุดอินเดียได้เรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำกฎระเบียบที่ชัดเจนและครอบคลุมสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเปรียบเทียบการซื้อขาย Bitcoin ที่ไม่มีการควบคุมกับธุรกรรม “ฮาวาลา” ซึ่งเป็นการโอนเงินที่ผิดกฎหมายและไม่มีการตรวจสอบ วันที่ของข่าว: 6 มิถุนายน 2025 #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Strategy ประกาศเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิ Series A Perpetual Stride Preferred Stock (STRD) จำนวน 11.76 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 85 ดอลลาร์ เพื่อระดมทุนประมาณ 980 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33,300 ล้านบาท) โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท รวมถึงการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมด้วย หุ้น STRD นี้มีอัตราผลตอบแทน 10% ต่อปีแบบไม่สะสม (dividend non-cumulative) และจะจ่ายเงินปันผลเฉพาะเมื่อคณะกรรมการบริษัทประกาศเท่านั้น การเสนอขายหุ้นนี้จะปิดในวันที่ 10 มิถุนายน 2025 วันที่ข่าว: 6 มิถุนายน 2025 แหล่งข้อมูล: CoinDesk, The Block, Cointelegraph, Coincu #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Apple, X, Airbnb, Google และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่รายอื่นกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจากับบริษัทคริปโตเพื่อพิจารณาการนำ stablecoins (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ) มาใช้ในระบบการชำระเงินของตน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพในการโอนเงินข้ามประเทศ. Apple ได้พูดคุยกับบริษัทคริปโตตั้งแต่ต้นปี 2025 เพื่อผนวก stablecoins เข้ากับระบบ Apple Pay และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของบริษัท ขณะที่ X (แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของ Elon Musk) กำลังเจรจากับ Stripe เพื่อเปิดใช้การชำระเงินด้วย stablecoins ในแอป X Money ส่วน Airbnb ก็กำลังพูดคุยกับ Worldpay เพื่อใช้ stablecoins ลดค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้กับ Visa และ Mastercard. นอกจากนี้ Google Cloud ได้เริ่มรับชำระเงินด้วย stablecoins แล้วในบางกรณี และบริษัทอื่นๆ เช่น Meta และ Uber ก็แสดงความสนใจในเทคโนโลยีนี้เช่นกัน โดย Uber อยู่ในช่วงศึกษาการใช้ stablecoins สำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ. ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการนำ stablecoins มาใช้ในวงกว้างของ Big Tech ได้แก่ • ลดต้นทุนค่าธรรมเนียมการชำระเงิน • เพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการโอนเงินข้ามประเทศ • ส่งเสริมความน่าเชื่อถือและการยอมรับของสกุลเงินดิจิทัลในตลาดหลัก. ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2025 โดย Fortune เป็นแหล่งข้อมูลหลัก #siamstr #btc #bitcoin #coinforce