ผู้ถือหุ้น Meta ได้ลงมติเสียงข้างมากปฏิเสธข้อเสนอให้ประเมินการเพิ่ม Bitcoin เข้าไปในเงินทุนสำรองของบริษัท โดยมีคะแนนเสียงคัดค้านมากกว่า 4.9 พันล้านเสียง ขณะที่มีเพียงไม่ถึง 0.1% ที่เห็นชอบ ข้อเสนอนี้ถูกเสนอโดยนักลงทุน Ethan Peck จาก National Center for Public Policy Research เพื่อให้ Meta พิจารณาแปลงเงินสดและพันธบัตรบางส่วนมาลงทุนใน Bitcoin เพื่อป้องกันมูลค่าที่ลดลงจากเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรที่ต่ำ. คณะกรรมการของ Meta เห็นว่าข้อเสนอนี้ไม่จำเป็น เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการเงินทุนที่แข็งแกร่งและเน้นการรักษาสภาพคล่องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน โดยไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีในขณะนี้. การปฏิเสธครั้งนี้สะท้อนความระมัดระวังของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในการนำ Bitcoin เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนสำรอง แม้จะมีแรงกดดันจากนักลงทุนและแนวโน้มการยอมรับ Bitcoin ในระดับสถาบันที่เพิ่มขึ้น แต่ Meta ยังคงยึดมั่นในนโยบายการบริหารเงินทุนแบบเดิม ซึ่งอาจทำให้การนำ Bitcoin เข้าสู่เงินทุนสำรองของบริษัทขนาดใหญ่อื่น ๆ ยังต้องใช้เวลาต่อไป. วันที่ข่าว: 30 พฤษภาคม 2025 แหล่งข้อมูล: CryptoBriefing, CoinGape, CryptoSlate, CryptoRank #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
จีนประกาศแบนใหม่ห้ามถือครองคริปโตเคอร์เรนซีทุกชนิด รวมถึงบิตคอยน์ โดยไม่เพียงแค่ห้ามการซื้อขายหรือขุดเหมืองเท่านั้น แต่ขยายไปถึงการถือครองส่วนบุคคลด้วย นโยบายนี้เป็นการยกระดับมาตรการเข้มงวดของจีนในการควบคุมการเงินและส่งเสริมการใช้เงินหยวนดิจิทัลของรัฐ (CBDC) การประกาศนี้ทำให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงอย่างรวดเร็วและทำให้ตลาดคริปโตทั่วโลกผันผวน โดยเฉพาะเหรียญที่ไวต่อกฎระเบียบ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์คาดว่าผลกระทบนี้อาจเป็นเพียงระยะสั้น และจีนอาจเร่งส่งเสริมการใช้ CBDC ในประเทศ ขณะเดียวกันก็อาจกระตุ้นให้ผู้ใช้คริปโตในเอเชียหันไปหานโยบายที่ผ่อนคลายในประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ แม้ว่าจีนจะเข้มงวดแต่บิตคอยน์และคริปโตอื่นๆ ยังแสดงความแข็งแกร่งและนักลงทุนบางส่วนมองว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการลงทุน. ผลกระทบต่อคริปโต: • ราคาบิตคอยน์ลดลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ประมาณ 107,000 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มอ่อนตัวลงต่อเนื่อง • เหรียญอื่นๆ เช่น XRP, Solana, Cardano ร่วงหนักกว่าบิตคอยน์ • ตลาดมีความผันผวนสูงและปริมาณการซื้อขายลดลง • การแบนนี้อาจเร่งการใช้เงินหยวนดิจิทัลและกระตุ้นการกระจายอำนาจของคริปโตในภูมิภาคเอเชีย • นักลงทุนบางส่วนมองว่าการปราบปรามนี้เป็นจังหวะที่ดีในการเข้าสู่ตลาด วันที่ข่าว: 30 พฤษภาคม 2025 แหล่งข้อมูล: Financial Express, Binance, CoinEdition, Gaya One #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
FTX ได้เริ่มขั้นตอนการจ่ายเงินคืนให้กับเจ้าหนี้ในระยะที่สอง โดยจะจ่ายเงินกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านแพลตฟอร์ม BitGo และ Kraken ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป โดยในรอบนี้ ลูกค้าและเจ้าหนี้จะได้รับเงินคืนระหว่าง 54% ถึง 120% ของยอดที่ค้างชำระตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับอนุมัติจากศาลล้มละลายในรัฐเดลาแวร์ การจ่ายเงินนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูภายใต้ Chapter 11 ที่มีเป้าหมายคืนเงินให้กับเจ้าหนี้หลังจาก FTX ประสบปัญหาล้มละลายในเดือนพฤศจิกายน 2022 ซึ่งในรอบแรกได้จ่ายเงินคืนไปแล้วกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ขณะนี้สินทรัพย์ที่สามารถกู้คืนได้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 14.7 ถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ การจ่ายเงินคืนในครั้งนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือครองเหรียญและเจ้าหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของ FTX แม้จะเป็นการจ่ายคืนในรูปแบบเงินสดและไม่ใช่เหรียญคริปโตตามราคาปัจจุบัน ซึ่งบางส่วนอาจทำให้เจ้าหนี้รู้สึกไม่พอใจเนื่องจากราคาคริปโตที่เพิ่มขึ้นมากหลังการล้มละลาย นอกจากนี้ยังมีการเตือนเรื่องการโจมตีฟิชชิ่งที่มุ่งเป้าไปยังเจ้าหนี้ FTX ในช่วงเวลาดังกล่าว วันที่ข่าว: 30 พฤษภาคม 2025 #siamstr #btc #bitcoin #coinforce