ราคาของ Bitcoin ที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่กว่า 110,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม 2025 อาจมีสาเหตุสำคัญมาจากวิกฤตการณ์ในตลาดพันธบัตรของญี่ปุ่น ซึ่งส่งผลให้ความผันผวนในตลาดพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 30 ปี ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 3.185% ในวันที่ 20 พฤษภาคม ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในวันที่ 23 พฤษภาคม
Bitwise ระบุว่าความไม่แน่นอนในตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นนี้ ทำให้นักลงทุนสถาบันเริ่มมอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความล้มเหลวของรัฐบาล (sovereign default risk) มากขึ้น เนื่องจาก Bitcoin ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญาและเป็นสินทรัพย์ที่ไม่เปลี่ยนแปลง (immutable asset) จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการจัดพอร์ตในช่วงที่ตลาดการเงินแบบดั้งเดิมมีความผันผวนสูง
เพิ่มขึ้นของความสนใจและการสะสม Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันและกองทุน ETF ซึ่งช่วยหนุนราคาของ Bitcoin ให้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Bitwise มองว่าหากสถานการณ์ความเสี่ยงของพันธบัตรยังคงเพิ่มขึ้น ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งไปถึง 200,000 ดอลลาร์ภายในปี 2025
สรุปคือ วิกฤตพันธบัตรญี่ปุ่นที่ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ Bitcoin ได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ส่งผลให้ราคาคริปโตโดยเฉพาะ Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้
วันที่ข่าว: 26 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Cointelegraph, Reuters, Siam Blockchain
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ข่าวล่าสุดยืนยันโดย Elon Musk ว่า X (เดิมคือ Twitter) จะเปิดตัวบริการ “X Money” ในปี 2025 ซึ่งเป็นระบบชำระเงินและธนาคารในแอปเดียว โดยมีความร่วมมือกับ Visa เพื่อให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินระหว่างบัญชีธนาคารและกระเป๋าเงินดิจิทัลของ X ได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงการชำระเงินแบบ peer-to-peer คล้ายกับ Venmo และ Zelle
X Money จะเริ่มให้บริการในสหรัฐอเมริกา โดย X Payments LLC ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการใน 41 รัฐ และมีแผนขยายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยน X ให้เป็น “everything app” ที่ผู้ใช้สามารถจัดการเรื่องการเงินทั้งหมดในแพลตฟอร์มเดียว
แม้ตอนเปิดตัวจะยังไม่มีการรองรับคริปโตโดยตรง แต่อนาคตอาจมีการผนวกเข้ามาในระบบได้ เนื่องจาก X เคยมีฟีเจอร์ให้ทิปด้วย Bitcoin มาก่อน และการพัฒนาต่อไปอาจรวมบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
วันที่ข่าว: 11 พฤษภาคม 2025 (ประกาศในงาน CES 2025)
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
รัฐฟลอริดาเสนอร่างกฎหมายใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2025 เพื่อยกเลิกภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin และ XRP รวมทั้งหุ้นในระดับรัฐ โดยภาษีนี้จะยังคงมีผลในระดับรัฐบาลกลาง การยกเว้นภาษีนี้จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนคริปโตในฟลอริดาและอาจกระตุ้นให้รัฐอื่นๆ ที่มีแนวโน้มไม่เก็บภาษีคริปโตเดินตาม นอกจากนี้ คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยหนุนราคาบิตคอยน์ให้ขึ้นไปถึง 135,000 ดอลลาร์ภายใน 100 วันข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากข้อมูลทางเทคนิคและการสะสมของนักลงทุนสถาบัน
การส่งเสริมการนำคริปโตมาใช้และลงทุนในฟลอริดา ทำให้รัฐนี้กลายเป็นศูนย์กลางคริปโตที่สำคัญของสหรัฐฯ และอาจกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปภาษีคริปโตในระดับประเทศ แต่ก็มีความกังวลเรื่องความซับซ้อนในการจัดการภาษีและความไม่สอดคล้องกับกฎหมายภาษีของรัฐบาลกลาง
วันที่ข่าว: พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: cryptorank.io, southfloridareporter.com, coinpedia.org, fingerlakes1.com, thearabianpost.com
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Strategy ได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 4,020 เหรียญ มูลค่าประมาณ 427.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 19-25 พฤษภาคม 2025 โดยราคาเฉลี่ยต่อเหรียญอยู่ที่ประมาณ 106,237 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวมทั้งหมด 580,250 เหรียญ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 40.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
การซื้อ Bitcoin ครั้งนี้ได้รับทุนจากการขายหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ์หลายรายการ รวมถึงเป็นการซื้อครั้งที่เจ็ดติดต่อกันในรอบหลายสัปดาห์
Strategy ยังคงแสดงความเชื่อมั่นใน Bitcoin แม้จะเผชิญกับคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มในสหรัฐฯ ที่กล่าวหาว่าบริษัทให้ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุนใน Bitcoin อย่างไรก็ตาม การสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Strategy ยังเป็นแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่นๆ ในตลาดโลกเริ่มหันมาถือครอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุน
วันที่ข่าว: 26 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: CoinDesk, CryptoBriefing, SiamBlockchain, Coinpedia
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Coinbase กำลังเผชิญกับคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (class action lawsuit) ใหม่ โดยมีข้อกล่าวหาว่าบริษัทล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลการละเมิดข้อมูลผู้ใช้ และปกปิดการละเมิดกฎระเบียบของ FCA (Financial Conduct Authority) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของ Coinbase ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหายทางการเงิน
รายละเอียดคดีระบุว่า การละเมิดข้อมูลเกิดขึ้นก่อนหน้านี้แต่ถูกเปิดเผยล่าช้าเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2025 หลังจากมีการพยายามเรียกค่าไถ่ 20 ล้านดอลลาร์ โดยแฮกเกอร์จ้างเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าบางรายเข้าถึงระบบภายในและขโมยข้อมูลผู้ใช้บางส่วน แม้ Coinbase ระบุว่าผู้ใช้ได้รับผลกระทบน้อยกว่า 1% แต่การเปิดเผยนี้ทำให้ราคาหุ้นลดลง 7.2% ในวันเดียวกัน นอกจากนี้ Coinbase ยังถูกปรับ 4.5 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม 2024 จาก FCA เนื่องจากละเมิดข้อตกลงปี 2020 ที่ห้ามรับลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงกว่า 13,000 รายเข้าสู่ระบบ โดย Coinbase ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ตอนที่เข้าตลาดหุ้นในปี 2021 ซึ่งทำให้ราคาหุ้นถูกประเมินสูงเกินจริง
ผลกระทบต่อวงการคริปโตคือความเชื่อมั่นใน Coinbase ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดลดลง นักลงทุนและผู้ใช้บริการอาจระมัดระวังมากขึ้นในการฝากเงินหรือซื้อขายบนแพลตฟอร์มนี้ ขณะที่คดีฟ้องร้องและการตรวจสอบกฎระเบียบอาจเพิ่มความเข้มงวดในอุตสาหกรรมคริปโตโดยรวม
ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดวันที่ 26 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
DDC Enterprise บริษัทอาหารพร้อมทานสัญชาติฮ่องกงที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ได้เริ่มต้นแผนสะสม Bitcoin จำนวน 5,000 BTC ภายใน 3 ปี โดยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2025 บริษัทได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 21 BTC เป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าประมาณ 2.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแลกกับหุ้น Class A จำนวน 254,333 หุ้น และมีแผนจะซื้อเพิ่มอีก 79 BTC ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อให้มียอดสะสมรวม 100 BTC ในระยะสั้น
เป้าหมายระยะกลางของ DDC คือการซื้อ Bitcoin 500 BTC ภายใน 6 เดือนแรก และสะสมให้ครบ 5,000 BTC ภายใน 3 ปี ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ จะทำให้ DDC เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก รองจากบริษัทญี่ปุ่น Metaplanet ที่ถือ 7,800 BTC
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตคือ การที่บริษัทไม่ใช่สายเทคโนโลยีแต่สนใจเข้ามาสะสม Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองสะท้อนถึงความเชื่อมั่นใน Bitcoin ว่าเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าระยะยาว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ DDC กลับลดลงกว่า 12% หลังประกาศแผนนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนในระยะสั้น แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะมีการยอมรับ Bitcoin จากภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น
สรุปคือ DDC Enterprise กำลังเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลักในระยะยาว โดยเริ่มต้นด้วยการซื้อ 21 BTC เมื่อ 23 พ.ค. 2025 และมีแผนสะสมต่อเนื่องอีก 3 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความนิยมและการยอมรับ Bitcoin ในภาคธุรกิจมากขึ้น แม้จะมีแรงกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น
วันที่ข่าว: 23 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
นบทสัมภาษณ์ระหว่าง Anthony Pompliano (Pomp) กับ Jordi Visser นักลงทุนสาย Macro ที่มีประสบการณ์ใน Wall Street กว่า 30 ปี โดยเนื้อหาหลักพูดถึงแนวโน้มของ Bitcoin, ภาวะเศรษฐกิจโลก, ผลกระทบของ AI, หนี้สาธารณะ, ตลาดพันธบัตร และกลยุทธ์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ Bitcoin
ประเด็นสำคัญที่พูดถึง
1. อะไรที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin ให้สูงขึ้น?
• Jordi มองว่าการขึ้นของ Bitcoin ยังไม่ใช่ “short squeeze” ที่แท้จริง แต่เกิดจากการที่องค์กรและนักลงทุนทั่วโลกเริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ที่ผูกกับระบบการเงินดั้งเดิม (fiat) มาเป็น Bitcoin มากขึ้น
• เขาเชื่อว่า “short squeeze” ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว (long-term rates) ปรับตัวสูงขึ้น และสิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งให้ราคา Bitcoin พุ่งแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
2. ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับสภาพคล่องโลก, หนี้, และพันธบัตร
• ระบบการเงินโลกกำลังเผชิญปัญหาหนี้และสภาพคล่อง โดยรัฐบาลทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐฯ มีหนี้ระยะยาวสูงมาก
• เมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น จะกดดันสินทรัพย์ระยะยาว เช่น หุ้นเทคโนโลยี, อสังหาริมทรัพย์, Private Equity ฯลฯ
• Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบ (outside the system) และมีสภาพคล่องสูง จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
3. ผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจและตลาด
• AI ช่วยเพิ่มปริมาณธุรกรรมและการใช้โทเคนในระบบคริปโต ทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบนี้มากขึ้น
• AI ยังเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินโลก
4. แนวโน้มการเกิด “Upside Collapse” ของ Bitcoin
• Jordi เชื่อว่าในปีนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแรงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ (อาจขึ้น 10,000–30,000 ดอลลาร์ใน 1 สัปดาห์) เพราะมีคนจำนวนมากขายออปชั่นฝั่ง Call เพื่อรับ Yield หากราคา Bitcoin ทะลุจุดที่ขายไว้ คนเหล่านี้จะต้องรีบซื้อคืน (short squeeze) ทำให้ราคาพุ่งแรง
• เขาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ GameStop และตลาด Nickel ที่เคยเกิด short squeeze มาก่อน
5. กลยุทธ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ และแนวโน้มมาตรการควบคุมเงินทุน
• มีโอกาสที่รัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมเงินทุน (capital controls) หรืออัดฉีดสภาพคล่อง (QE) เพื่อพยุงตลาดพันธบัตร
• ระบบการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ คนจะมองหาสินทรัพย์นอกระบบ เช่น ทองคำและ Bitcoin
6. ปัจจัยเสริมอื่น ๆ
• การที่บุคคลสำคัญใน Wall Street ออกมาสนับสนุน Bitcoin จะยิ่งสร้างกระแสและแรงซื้อในตลาด
• การถือ Bitcoin กระจายอยู่ทั่วโลก ไม่ได้อยู่แค่ในสหรัฐฯ
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce