ผลกระทบของภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อราคาผู้บริโภค Commerce Secretary Howard Lutnick อ้างว่าภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ สร้างรายได้ประมาณ 30 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน และส่วนใหญ่ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยเขายกตัวอย่างจากรายงานผลกำไรของ Amazon ที่ไม่ได้แสดงผลกระทบด้านราคาหรือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นต่างออกไป โดยรายงานจาก Federal Reserve Bank of Atlanta และ J.P. Morgan พบว่าภาษีศุลกากรจะทำให้ราคาสินค้านำเข้าและราคาขายปลีกในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% ถึง 1.6% ซึ่งภาษีส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้บริโภคในรูปแบบราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน รวมถึงอาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เช่น ความวุ่นวายในห่วงโซ่อุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อ แหล่งที่มา • Federal Reserve Bank of Atlanta research on tariff price impacts • J.P. Morgan economists’ analysis of import price pass-through • Statements by Commerce Secretary Howard Lutnick • Various economic reports on US tariffs and consumer prices URL ตัวอย่าง (เพื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม) • Federal Reserve Bank of Atlanta - Tariff Price Impacts • J.P. Morgan Market Intel • News coverage on Lutnick’s tariff claims and economic analysis (example) https://www.reuters.com/business/us-tariffs-consumer-prices-impact-2025-04 #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปสถานการณ์ดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2025 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ปรับตัวลงอย่างมากในปี 2025 โดยลดลงมากกว่า 7% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 การอ่อนค่าของดอลลาร์ครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าที่เข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ ความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัว และการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายของสหรัฐฯ ผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศนโยบายภาษีนำเข้าที่รุนแรง โดยคุกคามที่จะเก็บภาษี 50% จากสินค้าสหภาพยุโรปเริ่ม 1 มิถุนายน และภาษี 25% จาก iPhone ของ Apple ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ การประกาศนโยบายเหล่านี้ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.8% ในวันศุกร์ และลดลง 1.9% ในสัปดาห์นั้น ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน การแข็งค่าของสกุลเงิน G10 การอ่อนค่าของดอลลาร์ได้สร้างโอกาสให้กับสกุลเงินกลุ่ม G10 หลายตัว โดยเฉพาะปอนด์อังกฤษที่กลายเป็นหนึ่งในสกุลเงิน G10 ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงต้นปี 2025 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปอนด์จะซื้อขายเหนือระดับ 1.35 ต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปีและเข้าใกล้ระดับ 1.45 ในปี 2026 สกุลเงินอื่นๆ ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้แก่: - เยนญี่ปุ่นที่แข็งค่าประมาณ 6% เทียบกับดอลลาร์ - โครนาสวีเดนที่แข็งค่าประมาณ 9% - ยูโรที่มีการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 บทสรุป การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 สะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการค้าที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสกุลเงินอื่นๆ แทน การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพลวัตของตลาดเงินตราโลก #siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นและนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดตัวด้วยการปรับตัวลงอย่างรุนแรง เนื่องจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงขู่จะเก็บภาษีศุลกากร (tariffs) ครั้งใหญ่ ตั้งแต่ 25% กับ iPhone ของ Apple หากไม่ย้ายการผลิตกลับมาภายในประเทศ และขู่เก็บภาษี 50% กับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่อาจขยายตัว • ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 436 จุด (1.04%) • S&P 500 ลดลง 67 จุด (1.15%) • Nasdaq ลดลง 300 จุด (1.59%) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุด • ดัชนีความผันผวน VIX พุ่งขึ้นกว่า 18.5% แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลของนักลงทุน หุ้น Apple ร่วงลงกว่า 3.8% หลังคำขู่ภาษี ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft, Nvidia, Amazon และ Meta ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นอกจากนี้ หุ้น Ross Stores และ Deckers Brands ก็ปรับตัวลดลงอย่างหนักเพราะความไม่แน่นอนในนโยบายการค้า ในแง่ของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ทรัมป์ระบุว่า สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มที่เอาเปรียบสหรัฐฯ ทางการค้าผ่านการตั้งภาษีและอุปสรรคหลายอย่าง ทำให้สหรัฐฯ จ่อจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเภท 50% เริ่มตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2025 เว้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่จีนก็มีความเสี่ยงตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดส่งออกวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ Apple ใช้ในการผลิต iPhone โดยสรุป สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้าสำคัญอย่าง EU และจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดหุ้นในวงกว้าง #siamstr #btc #bitcoin #coinforce