เงินคืออะไร ? เงินที่ดีคืออะไร ? ชาวเราคงรู้กันดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องมาพิมพ์ให้เสียเวลา . 3 วันก่อนได้เลคเชอร์ให้ นักศึกษาสถาปัตย์อสังหา ธรรมศาสตร์ปี 3 ฟังเกี่ยวกับแนวโน้ม ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผมไม่เน้นพูดคนเดียวแล้ว เน้นการเล่าข้อมูลจากงานวิจัย ข่าวสาร และ content ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็จะถามคำให้เด็ก ๆ มันตอบ เพราะก็อยากรู้ว่าพวกเขาคิดอย่างไร กับสิ่งที่เราเพิ่งเรียนไป งวดนี้หลังจากพูดเรื่อง ต้นทุนทางการเงิน ดอกเบี้ย ผมถามว่าเงินคืออะไร ซึ่งอาจจะดูแปลกนะ สำหรับนักศึกษาสถาปัตย์ แต่กับสาขานี้ ฐานคิดคือเรื่องการเงิน ไม่ใช่เรื่องเกินหลักสูตรแต่อย่างไร แล้วก็สรุปว่า เงินก็คือสื่อกลางในการ แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ . แล้วเงินที่ดีคืออะไร ? . ลุงอ้วนเป็นพี่ชายแม่ผม แกเป็นคนที่มีความสามารถทางช่าง เคยทำงานในหน่วยงานราชการ และเคยมาทำงานที่ โรงงานผลิตท่อคอนกรีตที่บ้านผม เมื่อยี่สิบปีก่อน แกจะขี่รถเครื่องมาหาที่บ้าน ก็จะเจอพูดคุยกะแกบ้างเป็นครั้งคราว แกสูง 170 แต่ผอมเลยดูสูงกว่าปกติ ผิวเข้มตามทรงคนบ้านนี้ แกสูบบุหรี่จัดและกินเหล้าบ้าง และแกเป็นนักเลงพระเครี่องคนนึง พอพ่อผมตายปี 2002 แกก็กลับมากรุงเทพ จากนั้นก็เจอแกบ้างเป็นครั้งคราวตาม โอกาสต่าง ๆ . เดือนที่แล้วญาติผมแจ้งว่า หลังจากที่ป่วยออด ๆ แอด ๆ มาพักนึง ลุงอ้วนก็ตรวจเจอว่าเป็นมะเร็ง และต้องการใช้เงิน และวานให้ญาติผมที่เล่นพระเหมือนกัน พาแกเอาพระที่สะสมมาแต่หนุ่มไปขายหน่อย เป้าหมายคือ ร้านเซียนพระชื่อดัง ที่ร้านอยู่ศูนย์การค้าย่านงามวงวาน ตอนผมไปรับแกที่ห้องพัก แกเดินแทบไม่ไหวละ แกชี้ไปที่กระเป๋าในใหญ่ 2 ใบ จากปริมาณพระพุทธรูปในห้อง หนังสือพระกองใหญ่ และ วัตถุมงคล ที่เดคคอเรทห้องให้ดูศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้ กระเป๋าสองใบที่ผมหิ้วอยู่ คือกรุพระสุขาภิบาล 5 แน่นอน . เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์การค้า เราแวะกินข้าวก่อน พร้อมเอาพระ ทั้งหมดออกมาส่องตรวจโดยญาติของผม ส่วนตัวผมนั้นไม่มีความรู้ใด ๆ จึงได้แต่นั่งดูพระเครื่องหลักหลายร้อยชิ้น หลังจากส่องพักนึง ญาติผมมันบอกเลยวันนี้มีเป็นแสน แน่นอน ผมก็ดีใจไปด้วย สำหรับของที่เก็บมูลค่าไว้ แล้วน่าจะมี Growth rate สูงมาก ถ้าเก็บไว้ดี ๆ ไม่ย่อยสลาย Scarcity แถมยังมีพุทธคุณ ผมยิ้มเลย สบายละลุง . จากนั้นเราเดินทางมาร้านพระ ก็เหมือนแผงพระที่ท่าพระจันทร์แหล่ะ เป็นเคาน์เตอร์กระจกยาว ๆ แต่อยู่ในอาคารติดแอร์ ดู ๆไปแล้วมีความเป็นร้านทอง มากกว่าด้วยซ้ำ . วินาทีแรกที่ผมไปยืนหน้าร้าน พร้อมกระเป๋าใบใหญ่ 2 ใบ พนักงานร้านก็รีบเอาถาดไม้กรุกำมะหยี่ มาเรียงยาวตลาดเคาน์เตอร์กระจก แล้วเอาพระจากกระเป๋าเท เรียงไว้ บนถาดหลายถาดที่ยาวตลอดแนวนั้น อีกแป้บเดียวเซียนพระดังคนนั้น ก็เดินออกมาจากออฟฟิศในร้าน เหมือนในคลิปเลย ดูดีเรียบร้อย แต่แววตาคมกริบ เขาสุภาพมาก ไถ่ถามลุงผม แล้วก็ขอดูพระเครื่อง โดยระยะของถาดที่ต่อกัน ยาวประมาณสองเมตรกว่า เขาเดินดูพระเป็นร้อยชิ้นนั้น แต่ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที มีหยิบจับมาดูบ้าง มีพลิกไปมาบ้าง เร็วมาก ก็อย่างที่รู้เขาดูพระวันนึงมากมาย ดูทีเดียวคงรู้เลย เขาเงยหน้ามองมา แล้วบอกว่า “พระเขาไม่เล่นกันน่ะครับ“ แล้วเดินจากไป . . . ลุงผมได้แต่ก้มหน้าลงไปกับเคาน์เตอร์ ด้วยความเหนื่อยล้า ผมก็นึกย้อนไปถึงห้องของขลังนั่น คิดถึงแว่นขยายพระที่เขาเคยห้อย จินตนาการถึงการส่องดูพระ เป็นล้าน ๆ ครั้งของลุงอ้วน การต่อราคา การตัดสินใจเช่า น่าจะมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันบ้าง ความมั่นใจจากการศึกษาในพุทธคุณ ความหายาก พระดังที่สร้าง มันสร้างมูลค่าขนาดไหนในใจเขา ความสูงของหนังสือพระในห้อง มันต้องให้ปริญญากับเขาแล้วแน่นอน . ในวงการนี้ ผมคิดว่า เซียนพระคนนี้คงเป็นเบอร์หนึ่งของชาติ และแน่นอนว่า คงเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้วย สำหรับพระเครื่อง ถ้าคนนี้บอกไม่ ก็ต้องแปลว่าไม่หรือเปล่า ผมถามญาติผม มันก็บอกว่า ก็มีโอกาสขายได้น้อยแล้ว เพราะถ้าเบอร์ 1 บอกอย่างไร ก็ต้องเป็นแบบนั้นแหล่ะ . “พี่ ๆ ผมขอดูหน่อย” เสียงลูกน้องเซียนพระถามมา ผมเงยหน้าจากภวังค์ พร้อมหยิบพระขึ้นมา 2 ชิ้น “ผมให้ 8,000“ ผมก็เฮ้ย พอได้นี่หว่า กำขี้ดีกว่ากำตด เอาเถอะ แต่ลุงผมก็ไม่ขาย จากนั้นเราก็กลับมาที่บ้าน . ท่ามกลางห้องของขลัง พระถูกวางรายอีกครั้ง เพื่อตัดสินใจว่าจะ Cut loss อย่างไร ผมอดสงสัยไม่ได้เรื่อง 8 พันนั่น เลยถามญาติว่า พระดังมากเหรอวะ ทำไมจู่ ๆ เขามาเสนอซื้อตาม “อ่อ 8 พัน อะค่ากรอบทอง พระขายได้ซัก 4 ร้อยมั้ง” ภาพน้าค่อมขายทองในหนัง แม่งย้อนมาทันที ผมชอบมุกนี้มาก แต่ในชีวิตจริง เจอคนหลังชนฝาจริง ๆ ต้องการขายของที่เขาเชื่อว่าเป็นทรัพย์สิน ผมขำไม่ออกเลยทีเดียว . หลังจากเข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาล เมื่อวานวันที่ 1 พ.ย. 66 ลุงอ้วนจากไปอย่างสงบ . ผมยืนอยู่หน้าโลงตอนกำลังบรรจุศพลงไป ผมจินตนาการถึงการเกิด และตายของผู้คน ตามปกติการมรณสติ นึกถึงพระลุงอ้วน พระกรอบทองนั่น ญาติผมรับไปขายเอาเงินมาให้ลุงแล้ว ส่วนพระที่เหลือ หนังสือพระ ของขลัง ยังคงวางอยู่ที่เดิม พร้อม ๆ กับความเชื่อมั่นและศรัทธา ในพุทธคุณและความเชื่อมั่น ในการเก็บมูลค่า และเวลาในการทำงาน ของลุงอ้วน . คนที่ตายไปแล้ว ไม่มีมิติของเวลาอีกต่อไป สิ่งที่ส่งทอดให้คนที่อยู่ต่างหาก ที่จะอยู่ต่อ . เคยฟังคลิปสเตฟานเขาบอกว่า คนเราตายได้ 2 ครั้ง ครั้งแรกตอนเราตาย ครั้งที่สองตอนทุกคนในโลก ไม่พูดถึงเราอีกต่อไป จริง ๆ เรื่องนี้ค่อนข้าง เป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่ผมคิดว่ามันมีประโยชน์ ต่อคนที่ยังอยู่ และสิ่งนี้จะทำให้ลุงอ้วน มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกพักนึง . หลังจากเรื่องนี้ ผมเข้าใจมากขึ้น ว่าเงินคืออะไร สุดท้ายสิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือเวลา เราจะเก็บเวลาได้อย่างไร ส่วนตัวผมชอบถ่ายรูป . #siamstr
วันนี้จะเล่าถึง อ.มนิพร หรือ อ.โบว์ . ต้องเท้าความการเริ่มต้นชีวิต อ.พิเศษ ผมนิดนึง ถึงจะเห็นภาพรวม ตอนนั้นเพื่อนผม อ.อัด (ชด) หลังจากจบที่ศิลปากร ก็มาเรียนโท และเริ่มต้นสอนที่ สถ. ธรรมศาสตร์ และชวนผมมาช่วยสอนรุ่น 1 ในปี 2011 . ปีแรกยังไม่เจอ อ.โบว์ มาเจอในอีกปีสองปีถัดมา ตอนนั้นชดบอกแนะนำผมว่า น้องคนนี้ ชื่อ อ.โบว์ เป็นรุ่นน้องเราสามปี พร้อมกระซิบบอกผมมา 1 ประโยค ผมจำวินาทีแรกไม่ได้หรอก ว่าพูดอะไรกันหรือ คุยอะไรกันแต่จำมวลรวมของความรู้สึก ได้ว่า “น้องโบว์แม่งคือเด็กผู้หญิง ที่เรียนสถาปัตย์ในอุดมคติ” แปลว่า มีความตลก พยายามเล่นมุก แต่งตัวแบบเด็กถาปัดเจนวาย ที่มาเป็นอาจารย์ มีความกวนในบทสนทนา และมีความจริงใจในแววตา . เราร่วมสอนกันครั้งแรกแบบจริง ๆ คือวิชาวัสดุและการก่อสร้าง ฯ ก็คือเรียนเขียนแบบด้วยมือ ต่อโมเดลไม้ และก็เรียนวัสดุก่อสร้างแหล่ะครับ แล้ววิชานี้เนี่ย ถ้าคุณรู้จักเด็กสถาปัตย์ ศิลปากรจะพบว่า เราถูกฝึกมาอย่าง หนักหน่วง อ.ให้เกรดโหดมาก ตกเป็นตก เรียนซัมเมอร์กันว่าเล่น F กันค่อนห้อง ซึ่งไม่ขอกล่าวในรายละเอียด เกี่ยวกับความโหดที่เจอละกัน เอาเป็นว่าถ้าจบมาได้ ก็นับว่าผ่านนรกขุมที่ลึกที่สุด ของการเรียนที่วังท่าพระมาแล้ว จึงอย่าแปลกใจ ที่ถ้าไปคณะสถาปัตย์ ที่ไหนจะเห็นเด็กศิลปากรสอน Con. (ชื่อย่อของวิชานี้) ตอนนั้น อ.โบว์ เป็นผู้ดูแลรายวิชา ของรุ่น 3 เลยชักชวนผมมาช่วยดูนักศึกษา การเรียนการสอนก็เป็นไปตาม ที่มันควรจะเป็น ตามหลักสูตร แต่สิ่งที่ประทับใจ อ.โบว์คือ มีความทุ่มเทในการสอนมาก วิชานี้นศ.ต้องส่งโมเดลที่ต่อจากไม้ และแบบก่อสร้างที่เขียนด้วยมือ เด็กหลายสิบคน แบบคนละเป็นสิบแผ่น ต้องมาไล่ดูทีละจุด อ.โบว์ทุ่มเทตรวจทุกแผ่น และทุกรอยต่อของโมเดล ตรวจข้อสอบหนา ๆ ได้อย่างเยี่ยมยอด มีคลาสสอนก่อฉาบ ก็เตรียมของมาอย่างดี อุปกรณ์สอนที่ผมนึก ๆ ได้ ก็โทรบอก อ.โบว์ วันไปสอนก็มีวางไว้ ตรงโต๊ะแล้ว จำได้ดีถึงอุปกรณ์ สอนเรื่องหลังคาปั้นหยา อ.โบว์ ประกอบขึ้นมาเอง ด้วยอุปกรณ์ในบ้าน อย่างกับแม็คกายเวอร์ ครับ น้องโบว์เธอเป็นเด็กสถาปัตย์ โดยเนื้อแท้เลยทีเดียว . พักเที่ยงเรามักจะรวมแก๊งอาจารย์ ไปกินข้าวกัน ใต้คณะมั่ง เดินไปคณะข้าง ๆ มั่ง และจบ ด้วยกาแฟและขนมเพื่อความอิ่มใจ อ.โบว์สามารถล้วงกับข้าวในจาน ของสมาชิกไปกินได้หน้าตาเฉย (นับว่าไม่สนิทกันคงมีตบตี) และนางก็เอาไปเคี้ยวอย่างอร่อย จนผมรู้สึกว่าบางทีน้องอาจจะหิวจริง ๆ หลัง ๆ ผมก็เลยสั่งกับข้าวแยกมา แต่การกระทำบางอย่างมันไม่มีเหตุผล มันเกิดจากสภาวะอารมณ์ ใช่ครับ นางยังคงสอยไข่ดาว ในจานผมไปได้อย่าง ไม่สะเทือนใจใด ๆ . อ.โบว์ เป็นคนที่มีน้ำใจดี หน้าตาน่ารัก และเป็นมิตร ไม่แปลกที่ อ.จะมีแฟนคนนึง ที่จะมาทักทายที่ห้องพักอาจารย์ ตอนเที่ยง ๆ เพราะแฟนแกก็ เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่น . วันนึง อ.โบว์ก็มาเชิญให้ไปงานแต่งงาน ที่มี Theme เป็น Star wars + Star trek + Dr.who แน่นอนว่า เด็กราชบุรีอย่างผมไม่รู้จัก Dr. Who แน่ ๆ และทั้งงานมีแต่งเข้า theme มา สองคนถ้วน คือ ผม กับ พี่เจ้าบ่าว ตอนเดินไปตักข้าว บางทีก็เขิน ๆ บ้างที่มี Lightsaber เหน็บไว้ที่เอว . หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็มีลูกที่น่ารัก 2 คน ผมดีใจกับหลานทั้ง 2 คนมาก ที่ได้พ่อแม่ ที่มีคุณภาพ และจิตใจดีขนาดนี้ . จากเรื่องราวที่ผมพบเจอ และรับรู้มาบ้าง โบว์ทำทุกอย่างให้ครอบครัว อุปสรรคและความยากลำบาก ไม่สามารถลบรอยยิ้มเธอได้ แม้ตอนพูดและกดคอมไปด้วย ผมจะเห็นแววตา อันเหนื่อยล้าของเธอก็ตาม ซึ่งงานใหญ่ที่ผ่านมา อ.โบว์และสามี ทำงานด้วยความตั้งใจจริง ๆ ถ้าทุกคนรู้สึกว่ามันดี ผมบอกเลยว่ามันโคตรดี เพราะมันผ่านความตั้งใจ และความปรารถนาดีจากสองคนนี้ และทีมงานจริง ๆ . วันที่ชดกระซิบผม ชดบอกว่า “ถ้ามึงจะมีแฟนซักคน ควรหาให้ได้อย่างน้องโบว์” ใช่ครับ อ.สามีน้องโบว์คนนั้น โชคดีมากที่ได้ภรรยาที่ดีขนาดนี้ และเป็นแม่ที่ดีมากจริง ๆ . ส่วนอาจารย์คนนั้น ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังละกัน คนที่ปรากฏตัวมาตอนเที่ยง แล้วผมก็ทิ้งน้องโบว์ไปกับเขา นั่งเม้าท์เรื่องเกม สเต็ก และรองเท้าวิ่ง ชายคนเดียวกันกับที่ ห้อย Flash drive สีขาวมา แล้วบอกว่าเก็บอะไรบางอย่าง ไว้ในนั้นได้นั่นแหล่ะครับ . #Siamstr
อย่างที่เคยบอกเอาไว้ แม้ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่มันก็เกิดขึ้นจนได้ ครูผมสอนมาว่าเหตุการณ์แบบวันนี้ มันสามารถเกิดขึ้นได้อีก ซึ่งลักษณะนั้นอาจจะมาจาก พฤติกรรมเลียนแบบหรือสาเหตุอื่น ๆ . คำถามสำคัญที่ควรถามคือ หากเกิดเหตุขึ้น ต้องทำอย่างไร ให้ใช้วิธีตามที่ตำรวจท่านเคยสอนไว้ RUN / HIDE / FIGHT - วิ่งหนี (เดินเร็ว ๆ วิ่งเดี๋ยวล้ม) - ซ่อนตัว - หากสุดทางแล้วหนีไปไหนไม่ได้ ให้สู้สุดชีวิตของท่าน ใช้ทุกอย่างที่ท่านมี หยุดการเคลื่อนไหวของภัยคุกคาม . ในฐานะสถาปนิกวิชาชีพ ที่ออกแบบอาคารโดยตรง ขออนุญาตบอกทางหนีทีไล่ให้ท่านได้พิจารณาก็แล้วกัน . 1) เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในอาคาร "ให้หนีออกทางออกที่ใกล้ที่สุด" เพราะโดยสามัญสำนึกของคนทั่วไป มักจะหนีกลับไปทางที่เข้ามา ถ้าท่านเพิ่งเดินเข้าประตูทางเข้ามา ก็ให้รีบออกทางนั้นได้เลย แต่หากท่านอยู่กลางอาคาร ไกลจากทางเข้า ให้ท่านเงยหน้าดูบนเพดาน ในอาคารสาธารณะทั่ว ๆ ไป จะมีสัญลักษณ์ทางหนีไฟเขียนว่า EXIT หรือเป็นรูปคนวิ่งหนีก็แล้วแต่ ให้ท่านเคลื่อนที่ไปทางนั้น แต่ต้องเป็นทิศตรงกันข้ามกับเสียงปืนนะครับ ทางหนีไฟจะห่างตัวท่าน ไม่เกิน 30 เมตรแน่นอน เดินเร็ว ๆ สิบวินาทีก็ถึงแล้ว เพราะกฎหมายกำหนดระยะ บันไดหนีไฟแต่ละตัว ห่างกันไม่เกิน 60 เมตร . 2) ระหว่างหนี หากต้องหาที่กำบัง เป็นช่วง ๆ ให้ลองเคาะผนัง เสา หรืออะไรที่ท่านใช้กำบังอยู่ดูก่อน ถ้ามันมีเสียงโปร่ง ๆ เป็นไปได้ว่าเป็นวัสดุที่รับแรงมาก ๆ ไม่ได้ ให้ย้ายที่กำบัง เพราะกระสุนอาจะทะลุวัสดุนั้น มาโดนท่านได้ ที่สำคัญก้มให้ต่ำไว้ ลดพื้นที่ของเป้าหมายลง . 3) เมื่อถึงทางหนีไฟส่วนใหญ่ จะเป็นประตูเหล็กหนัก ๆ ผลักเข้าไปแล้วหนีลงสู่ชั้นล่างสุด ระหว่างลงบันไดหนีไฟ ไม่ต้องกลัวว่า จะมีการยิงทะลุกำแพงไปถูกท่าน เพราะกำแพงที่กั้นช่องบันไดกับอาคาร จะเป็นกำแพงกันไฟ ที่ทำจากอิฐหนา หรือเป็น กำแพงคอนกรีต และด้วยความหนา และกำลังของวัสดุ กระสุนปืนสั้นพลเรือน ที่มีจำหน่ายในไทยยิงยังไงก็ไม่เข้า ส่วนปืนยาวนั้นจากที่ศึกษามาต้องแบบ ปืนยิงรถหุ้มเกราะน่ะครับถึงทะลุได้ (ซึ่งใครมันจะแบกมาครับ) มีคนบอกว่าคนร้ายอาจจะไปดักที่ทางหนีไฟ จริง ๆ ก็เป็นไปได้ แต่หากคนร้าย ประสงค์ต่อชีวิตมากที่สุด การเลือกยืนยิงที่โถงโล่ง ๆ จะตรงจุดประสงค์มากกว่า . สรุป อาคารสาธารณะ ก็เหมือนกรงขนาดใหญ่ แต่มีทางออกเสมอ ขอให้เลือกทางออกที่ถูกต้อง ก็จะลดอัตราเสี่ยงจากภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นได้ สั้น ๆ อีกครั้ง . - ใกล้ทางไหนออกทางนั้น ก้มต่ำ - อย่าวิ่งเพราะมันจะล้มง่าย ใช้วิธีเดินให้เร็วที่สุด - อย่าห่วงสมบัติ เอาชีวิตรอดก่อน - เงยหน้าดูป้ายทางหนีไฟบนเพดาน - ทางหนีไฟห่างจากท่านไม่เกิน 30 เมตร - กำแพงทางหนีไฟกันกระสุนทั่วไปได้ - หนีลงชั้น 1 อย่าขึ้นดาดฟ้า - มันไม่มี ฮอ.มารับท่านง่าย ๆ หรอก . ไหน ๆ ก็มาทางนี้ละ ปีนคือสิ่งที่ทำให้คนเท่ากัน ไว้เรามาคุยเรื่องนี้กัน . จงรักษาชีวิต และมีชีวิตให้ยืนยาวที่สุด เพื่อที่จะได้เห็นความล่มสลาย ของหลายสิ่งหลายอย่าง ที่กัดกินมนุษยชาติ _\,,/ . #Siamstr อ่อ เคยทำ Live คุยเรื่องนี้ไว้ในปี 2022 สนใจไปเปิดฟังเพลิน ๆ ได้ ขอบคุณ อ.พิริยะ สำหรับ การ live ครั้งแรก ๆ https://www.youtube.com/live/qGNfgAs6Jp8?si=p4ppMmo43XYWNgZX image