ก่อนจะไป EP.4 ผมอยากชวนทุกคนย้อนกลับมาดูว่า 3 EP ที่ผ่านมา เรากำลังคุยอะไรกันอยู่
#EP1 To Be Loved vs To Be Lovely
จุดเริ่มต้นของทั้งหมดมาจากคำถามง่าย ๆ ว่า ความสุขที่แท้จริงคืออะไร? Adam Smith บอกว่า คนส่วนใหญ่เผลอวิ่งไล่สิ่งที่เรียกว่าสุขแบบลวง ๆ เช่น ชื่อเสียง เงินทอง หรือการยอมรับจากคนอื่น
ในขณะที่ “สุขแท้” คือความสงบที่มาจากข้างใน การรู้ว่าเรากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ต้องมีใครปรบมือให้ก็รู้ว่ามีคุณค่า เหมือนการถือบิตคอยน์ระยะยาว ไม่ต้องวิ่งตามกระแส ไม่ต้องอวดใคร แค่เข้าใจคุณค่าของมัน
“สุขลวง ต้องมีคนเห็น สุขแท้ แค่เรารู้ก็พอ”
#EP2 The Impartial Spectator × Sympathy
ในตอนนี้ ผมเล่าถึง “ผู้ดูที่เป็นกลาง” ที่สมิธเรียกว่า The Impartial Spectator มันคือเสียงที่เราใช้ตัดสินตัวเอง จากมุมมองที่ยุติธรรมที่สุด
เสียงนี้เกิดขึ้นเพราะมนุษย์มี “Sympathy” คือความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นโดยไม่ต้องมีใครบังคับ (เอาใจเขาใส่ใจเรา)
เราไม่ได้ต้องรอให้ศาลหรือกฎหมายบอกว่าอะไรถูกหรือผิด เพราะข้างในเรามี “กรรมการที่เป็นกลาง” อยู่แล้ว และนั่นคือจุดเริ่มต้นของศีลธรรมในแบบที่ไม่ต้องมีใครบังคับจากภายนอก
“เมื่อเรามองตัวเองจากมุมของคนนอก เราจะรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร”
#EP3 Self Command
ในตอนที่ 3 ผมพูดถึงพลังของ “การควบคุมตัวเอง” หรือ Self-command มันคือความสามารถที่จะยืนอยู่ในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ไม่มีใครเห็น แม้ไม่มีเสียงปรบมือ
สมิธบอกว่า ความกล้าหาญ ความอดทน และศีลธรรม ไม่ได้เกิดตอนเรายืนอยู่หน้าคนเยอะ ๆ แต่มันมักเกิดขึ้นในมุมเงียบ ๆ ในตอนที่ไม่มีใครจับตาดูเรา และถ้าเราฝึกสิ่งนี้ได้ เราจะเป็นอิสระจากความต้องการที่จะเป็นที่ยอมรับจากคนอื่น
“ความกล้าที่แท้จริง มักเกิดตอนไม่มีใครเห็น”
3 ตอนแรกนี้เหมือนการวางฐานรากของชีวิตจากจิตใจ EP.1 เราเริ่มจากการแยกแยะสุขแท้กับสุขลวง EP.2 เราพบว่าเราทุกคนมีผู้ดูที่เป็นกลางอยู่ในใจ EP.3 เราฝึกควบคุมตัวเองให้มั่นคงกับสิ่งที่ถูกต้อง
ต่อจากนี้ EP.4 จะพาเราไปทำความเข้าใจความสัมพันธ์กับผู้อื่นจากภายนอกกันบ้าง ผ่านแนวคิด Sympathy และ Justice ของ Adam Smith จากหนังสือ The Theory of Moral Sentiments (1759)
#MoralSentiments #AdamSmith
#SelfCommand #RealHappiness
#Sympathy #Justice #Siamstr
พอครูอ้อมอธิบายถึงเครื่องมือว่ามันทำง่ายมาก แต่ก็แอบแทงใจมากกว่าเพราะวงกลมหนึ่งวง มันแบ่งเป็นหลายมิติ ให้เราใส่คะแนนความพอใจ 0 ถึง 10 แล้วระบายสีลงไป เพื่อให้เห็น “รูปล้อของเรา” ชัด ๆ ว่าตรงไหนนูน ตรงไหนบุบ
ผมชอบที่มันมี Spirituality กับ Community เข้ามาด้วย เพราะถ้ามีทุกอย่างแต่ “ไม่มีเพื่อน” ใจมันก็แห้งเหี่ยว แล้วส่วนถ้าขาดเงิน ชีวิตก็เดินยากขึ้น ทำให้เห็นภาพชัดมากเลยว่าทำไมต้องดูทั้งล้อ ไม่ใช่ดูทีละซี่
สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือที่ครูอ้อมสอนว่าล้อไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องกลม 100% หรอก แค่ “กลมพอให้กลิ้งได้” ชีวิตก็ไปต่อได้แล้ว เหมือนการนวดแป้ง ตอนแรกยังไม่เป็นรูป แต่พอเราทำสม่ำเสมอ มันก็ตะค่อย ๆ กลมของมันเอง
ตอนลงมือ ผมได้เห็น “เศรษฐศาสตร์ชีวิต” ของตัวเองเต็ม ๆ เลย ว่าเวลาเรามีจำกัด ทุกชั่วโมงคือการแลกเปลี่ยน ถ้าเอา 1 ชั่วโมงนี้ไปเติมความเรื่องความสุข ก็แปลว่าเรากำลังตัด 1 ชั่วโมงจากครอบครัว งาน หรือคอมมูนิตี้ทันที ผมเลยค่อย ๆ เริ่มย้ายปรับจูนแบ่งเวลาเล็ก ๆ ไปยังซี่ที่บุบอยู่ เหมือนจัดพอร์ตชีวิตแบบง่าย ๆ ให้เราใช้เวลาได้คุ้มค่าขึ้นในทุกวินาที
ทีนี้เหมือนผมเห็นภาพว่าที่ผ่านมาเรากำลังเอาเวลาปัจจุบันไปแลกกับอิสระในอนาคต อย่างมีระบบ ทั้งเรื่องเงิน (ออมบิตคอยน์), เรื่องคน (พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในคอมมูนิตี้สม่ำเสมอ), เรื่องตัวเอง (อ่านหนังสือ ออกกำลัง นอนให้พอ) พอเราทำอย่างต่อเนื่อง มันก็จะเกิดผลของการทบต้นของมันเองจริง ๆ (เหมือนที่คุณลุงโฉลกเพิ่งสอนมาเลย เรื่องสัจจะ วิริยะ)
แล้วประเด็นคือถ้าเรามีคอมมูนิตี้ที่ดี มันจะช่วยยกกราฟทั้งวงล้ออีกด้วย เพราะพอเราอยู่ในกลุ่มเพื่อน ๆ ที่ใช่ ใจมันก็มีไฟ งานมันไหล ความหมายของชีวิตมันชัดขึ้นแบบไม่ฝืน
ครูอ้อมย้ำว่าเกมนี้เป็น “เกมยาว 10 ปี” ไม่ใช่แค่ข้ามคืน เชื่อมแต่ละจุดไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวภาพมันชัดเอง ฟังแล้วทำให้เรายิ่งใจเย็นลงมากขึ้นกว่าเดิม และครูอ้อมยังชวนให้เก็บกระดาษวงล้อที่เราวาดวันนี้เอาไว้ แล้วอีก 5 ปีหยิบขึ้นมาดูใหม่ เราจะเห็นว่าล้อมันขยับได้จริง ๆ
เมื่อคืนผมเลยอยากบอกตัวเอง (และเพื่อนที่อ่านอยู่) ว่าไม่ต้องรีบทำให้วงล้อมันกลมที่สุด แค่ค่อย ๆ ตัดมุมแหลมทีละนิด แล้วค่อย ๆ กลิ้งมันต่อไปด้วยจังหวะของเรา แบบที่ใจเรารับไหวก็พอ
ขอบคุณครูอ้อม ที่พาเราดูตัวเองอย่างอ่อนโยน แต่คมชัด และทำให้คำว่า “กลมพอให้กลิ้ง” กลายเป็นความหวังที่จับต้องได้จริง ๆ ครับ 🙏
#LGM #ลานเพื่อนเรา #Siamstr #ลานกรองมันส์beta
#ลานกรองมันส์BETA #ลานกรองมันส์ #LGM #Onedayart