เรื่องเล่า 32กม. ในยามตี2.45 กม.1-6 เงียบสงัด มีแต่กลุ่มหมาหน้าไม่คุ้น เห่า และ กลุ่มเด็กขี่มอไซที่เพิ่งกลับจากบางแสน แซว “แหมฟิตแต่เช้าเลยนา” พร้อมเสียงแว๊ดๆ รถซิ่งต่อไป กม.7 ก่อนขึ้นเขาสามมุข จุดดื่มน้ำ 7บาท 600ml. พร้อมพายุฝนกระหน่ำ วิ่งเข้าพร้อมกลุ่มมอไซ(กลุ่มใหม่) จนพนักงาน 7-11 ถาม “พายุมาแบบนี้ วิ่งได้หรอพี่” ลุยดิ ปรากฎว่าเปียกฟรี เพราะวิ่งไปแบบเดียวพายุก็หยุด lol กม.8 ขึ้นเขาสามมุก แบบเงียบสงัด กม.9-10 เที่ยวแหลมแท่น หลังพายุสงบ พร้อมกับคนนั่งกินปิ้งย่างข้างทาง ฟังเสียงคลื่นทะเล ชิลๆดี กม.11-12 วิ่งเลียบชายหาดบางแสน ความยาว 2กม. พอดีๆ ชอบบรรกาศทะเลและเสียงคลื่นมาก แต่ที่ชอบยิ่งกว่านั้นคือ พนักงาน กวาดขยะ ที่เริ่มทำงานก่อนใคร ตอนเจอก็ ตี3.50 เขาก็กวาดเก็บจนเป็นระเบียบแล้ว แถมก่อนหน้านี้พายุเข้าอีกต่างหาก / จริงๆตอนฝนตกพายุเข้า ก็เคยเห็นพี่ๆ เขากวาดแบบเปียกๆ ใส่หมวกใบเดียว มีทั้งหญิงชาย ช่วยกันทำ อดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรเป็นแรงผลักดัน PoW ของกลุ่มทำความสะอาดตอนเช้ามืดนี้ เงินเฟียต หรือจิตวิญญาณที่รักในพื้นที่ หรือเป็นอะไรกันที่ คนกวาดถนน ถึงรักในงานได้แบบนี้น่ะ กม.13-14 ยามตี4กว่าๆ ที่เต็มไปด้วย เด็กๆวัย18-25ปี ทั้งหญิงชาย (กะจากสายตานะ) บรรยากาศร้านเหล้าที่เพิ่งปิด แล้วมาต่อกัน ณ​ หาดวอนนภา สู่ปาร์ตี้ เปิดเพลง ขวดเบียร์เหล้า มากมาย พร้อมความสนุกจากเสียงกรี๊ดวีดร้อง ริมชายหาด ช่างเป็นโปรโมชั่นเหลือเกิน สำหรับช่วงชีวิตมหาลัย ตัวเราเองก็เคยผ่านและทำจุดนี้มาเช่นกัน แต่ทุกๆปีที่ได้วิ่งยาว ก็อดคิดไม่ได้ “มันช่างน่าเสียดาย เวลา สิ่งที่มีคุณค่า จำนวนจำกัดจริงๆ” ถ้าได้เรียนรู้ ทำงานพิเศษ ใช้ชีวิตกับสิ่งที่เราหลงไหลจริงๆ ที่ไม่ได้ตามเพื่อนๆ เพื่อแค่ว่าอยากจะมี “จุดยืนในกลุ่มเพื่อน” ในช่วงมหาวิทยาลัย คงจะได้เข้าใจอะไรๆ มากขึ้นได้เร็วกว่านี้..... กม.15-16 จุดดื่มน้ำ 5 บาท 330ml. สู่ความสงบในการวิ่งอีกครั้ง หลังจากเหมือนผ่านปาร์ตี้ผับ หาดวอนณภามาสู่ ความสงบเลียบชายหาดบางแสนอีกครั้ง ขากลับดีใจ เริ่มมีคนมาวิ่งกันบ้าง ตอนนั้นตี4.30 / ชายหาดบางแสน เริ่มมีชีวิตชีวา จากการเริ่มตั้งร้านค้า และผ้าใบที่พ่อค้าแม่ค้า เริ่มออกมาทำงาน สร้างบรรยากาศยามเช้าให้กับชายหาดบางแสน กม.17-18 แหลมแท่นขากลับ ยังคงเงียบสงบ พร้อมคลื่นซัดโขดหินเสียงดัง ฟังชัดเจน จากความเงียบโดยรอบๆ กม.19 วิ่งขึ้นเขาลงเขาสามมุก ขาเริ่มออกอาการสั่น555 ถึง 7-11 พอดี ได้กินน้ำพักจุดที่3 ลงทุนไปอีก 7 บาท 600ml. กม.20-22 ถนนเลียบอ่างศิลา ถึงเนินศาลเจ้านาจา ช่างเงียบดีจริงๆ หากเป็นช่วงกลางวัน2ข้างทางนี้ก็จะเต็มไปด้วยรถยนต์ที่มาจอดกินอาหารทะเลกันตลอด2ฝั่ง กม.23-25 เข้าสู่ถนนเมืองใหม่ชลบุรี ได้เห็นผู้คนเริ่มเปิดร้านข้าวแกง ร้านปาท่องโก๋(ร้านนี้เปิดตี4) และคนรอขึ้นรถตู้ เพื่อไปทำงานนิคมต่างๆ ตามระบบกลไก เด็กๆก็นั่งรถ2แถวประจำทางไปโรงเรียน (ณ ตอนนี้เริ่มเป็นอาการลาก สังขารขาตัวเอง) กม.26-27 ลากสภาพจนถึง 7-11 แล้วเย้ ได้พักกินน้ำจุดที่4 ลงทุนไป 8บาท มิเนเร่ 330ml. พร้อมลุยต่ออีก 5กม.สุดท้าย กม.28-32 อุตส่าดีใจ วางแผนไว้วิ่งที่สวนที่วิ่งประจำ แต่ฝนจ๋า ฝนที่รัก กระหนำพายุมาอีกรอบใหญ่ บวกกับอาการปวดเข่าที่เพิ่งมาเป็นหนักในกม.ที่30 ปกติวิ่งไม่เคยเป็น คาดว่านั่งไขว้ห่างพับขา ตอนทำงานเมื่อวานในสภาวะลื่นไหล แบบหลังขดหลังแข็ง เพื่อ Prove of Work ที่เรารัก5555 สรุปสำคัญในการวิ่งซ้อมใหญ่สุดท้าย งบประมาณนำ้ดื่ม : 27 บาท (7+5+7+8บาท) กินมื้อสุดท้าย 17.28น. เริ่มวิ่ง 2.46 วิ่งเสร็จ6.40 ชั่วโมงท้องว่างที่ 9-13 กินข้าวอีกครั้ง 15.30 ท้องว่างครบ 22 ชั่วโมงพอดี No Gel, No Carbs, No Sugar, No Fiat Food : No problem because we RUN on Fat ปล. รูปภาพเด็กคือกำลังใจในทุกคืนก่อนนอน เพื่อการออกวิ่ง เพราะสุขภาพเป็นหน้าที่ ที่เราต้องอยู่ดูแลครอบครัวไปนานๆ #Siamstr 30วันก่อนมาราธอน 8 1 0 8 0 8