พาลูกเดินป่า พาก่อกองไฟ เรียนรู้องค์ประกอบของการลุกติดไฟ สอนดูทิศ ดูเวลาจากดวงอาทิตย์ขึ้นและตก ทำอาหารกินเองแบบแคมป์ปิ้ง ลงเล่นน้ำตก น้ำมาจากไหนนะ ใครลืมปิดน้ำ 🤭 (แม่เองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ แค่เคยเรียนลูกเสือมา เปิดตำราเอา 555) แต่เด็กๆก็สนุกมาก ตอนแรกว่าจะพาลูกจุดไฟจากกระจกเลนส์นูน ทำที่พักชั่วคราวจากกิ่งไม้และใบไม้ แต่เอาไว้รอบหน้าละกัน เด็กๆสนุกมาก ได้ความรู้ด้วย เด็กๆนี่พลังเยอะจริง ทำกิจกรรมได้ทั้งวันไม่มีเหนื่อย ตกกลางคืน พานอนดูดาว ตามล่าดาวหาง(แต่ยังไม่ได้เห็น) มีความสุขจริงๆ #siamstr #homeschool image
เสือดำโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี....ผมเป็นนายทหาร กับทหาร8นาย มีรถยนต์ยีเอ็มซีบรรทุกสัมภาระ เต็ม พอแสงทองขึ้นจับฟ้า ออกจากพันร.2นย. ค่ายตากสิน ไปอ.โป่งน้ำร้อน ผ่านที่ว่าการอ.มะขาม เข้าทางลูกรังเต็มด้วยฝุ่นแดง ข้ามสะพานบ้านห้วยโป่งไต่ขึ้นเขาเกลือ ลงจากเขาถึงบ้านทับไทรเพล จอดพักรถกินอาหารเดินทางต่อ ใช้ทางรถชักลากไม้ในป่าขรุขระหลุมบ่อ ผ่านเขาที่ราบลุ่มน้ำขัง(หน้าฝน) บ่ายถึงบ้านพญากำพุซ ที่นี่เสือดำขบกัดชาวบ้านตาย ผู้ใหญ่จ๊อตขอให้ช่วยล่าเสือ ไม่มีเวลา ต้องไปถึงโป่งน้ำร้อนก่อนมืด เย็นถึงโป่งน้ำร้อน มีบ้าน60กว่าหลังคาเรือน ที่ว่าการอำเภอเรือนไม้ชั้นเดียวเวลานี้ปิดประตูเงียบ ผมเดินเข้าป่ามีทหารติดตาม1นาย เจอเสือดำนอนขวางทางห่างประมาณ30เมตร ตะบะเสือ ทำเอาผมจังงังยกปืนค้างไม่กล้ายิง (ก็เพิ่งเจอของจริงนี่แหละ) ทหารติดตามก็เลยไม่ยิง เสือกับคนมองหน้ากันแล้วมันก็ลุกเดินลากหางเข้าป่าไป ป่าโป่งน้ำร้อนเป็นป่าใหญ่ ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่กว่าเสาซุง มีกล้วยไม้ดอกสวยอยู่ตามคาคบ กล้วยป่ามีผลสุก ตะวันกำลังจะลับยอดไม้ อากาศกำลังเย็นลง เสียงเสือร้องคำรามไม่รู้อยู่ทิศทางใด ค่างโหน นกกาฮังก์บินเข้ารังยอดไม้สูง ความมืดเริ่มเข้ามา ผมตัดสินใจตั้งฐานพักแรมในป่านั้น วันนี้ปี43 ผมสมจิตร ไปทัวร์บุญกับธรรมทานทัวร์1คันรถบัส ออกจากค่ายตากสิน (แวะ ไหว้ศาลเจ้าตาก) ไปอ.โป่งน้ำร้อน ถนนลาดยางเรียบ ชั่วโมงกว่าก็มาถึง (มาวัดป่าพงเลิศ) พื้นที่ทั่วไปเป็นไร่ข้าวโพดไร่มันสำปะหลัง สลับทุ่งหญ้าคาป่าละเมาะ เมื่อก่อนนี้มันมี - เสือดำกับป่าโป่งน้ำร้อน ทิดส่ง #บันทึกคุณปู่ #siamstr
เมื่อเป็นอารยะประเทศ จังหวัดพระนคร80....จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี นำไทยให้เป็นอารยะประเทศ ผมจะเล่าให้ฟังตามตาเห็นได้ปฎิบัติมามั่ง ไม่ได้นั่งเทียนเขียน ไปลามาไหว้ทัก”สวัสดี” เมื่อก่อนนี้ทัก”ไปไหนมา” จึงมีคำพังเพย”ไปไหนมาสามวาสองศอก” แปดนาฬิกาได้เวลาชักธง เราต้องยืนตรงเคารพธงชาติไทย สถานที่ทำงานเลิกงานแล้วต้องมีการร่วมรำวงสมานฉันท์ก่อนกลับบ้าน ผมชอบรำวงงานวัด ห้ามกินหมาก ตะบันหมากกรรบิกตัดหมากเชี่ยนหมาก คนมีตังค์จะไปซื้อที่สะพานหัน ห้ามปลูกต้นหมากต้นพลู ที่มีอยู่ก็ต้องโค่นทิ้ง ผมยังเห็นแม่กินหมากที่บ้าน ออกจากบ้านแม่เคี้ยวยาฉุนแทน ห้ามนุ่งโจงกระเบน ผ้าโจงกระเบนโสร่ง(ชายนุ่งโสร่งหญิงนุ่งโจง) คนมีตังค์จะไปซื้อที่สะพานหัน มีผ้าม่วงผ้าลายผ้าปาเต๊ะผ้าปังลิ้นด้วย ห้ามนุ่งโจงนุ่งโสร่ง ผมยังเห็นแม่นุ่งโจงกระเบนที่บ้าน ออกจากบ้านแม่นุ่งผ้าลาย(ผ้าซิ่น) ต้องสวมหมวก มาลานำไทยต้องใส่หมวก ไม่ใส่หมวกจะถูกตำรวจ จับปรับเสียตังค์ ผมไปรร.ต้องใส่หมวกเห็นแม่ใส่หมวกดูพิลึกกึกกือ ก็คนแก่บ้านนอกนี่เนอะเขาใส่งอบ ห้ามเล่นดนตรีไทย ถ้าเล่นดนตรีไทยต้องตั้งโต๊ะนั่งเก้าอี้ ไม่ให้นั่งกับพื้น ผมเล่นแมนโดลินมันเท่หน้าดูเล่นซอด้วงซออู้ดูมันเช้ยเชย เป็นคนไทยไม่ใช้แซ่ ผมบุญส่ง แซ่โค้ว เลยชื่อวิศาล ภัทรวาณิชย์ ปรับอักษรไทย ตัดตัวอักษรไทยออกหลายตัว เช่น ศ ษ ประกาศนียบัตรของผมจึงเขียน “ประกาสนียบัดกระซวงสึกสา” ผมยังเก็บเอาไว้ถึงวันนี้ สมัยนั้น สมัยชาตินิยม แอนตี้สินค้าญี่ปุ่นใช้สินค้าของไทย(ยังไม่มีคุณภาพนัก) กระดุมทำด้วยกะลามะพร้าว หมวกสานด้วยใบลาน มาลานำไทยไปสู่ - อารยะประเทศ ทิดส่ง #บันทึกคุณปู่ #siamstr
คนหลบฝนกับกำไลหยก อ่าวตากัน2495.....ในเวิ้งอ่าว เตยทะเลขึ้นรอบหาด. เหนือหาดขึ้นไปเป็นป่าละเมาะพื้นที่เขตทหารเรือ. มีอาคารที่ทำการบ้านพักหลายหลัง บ้านจ1 ตั้งริมทางสามแพร่ง. ทางหนึ่งไปเขาปู่จ้าว ทางหนึ่งไปเขาทุ่งโปง อีกทางหนึ่งผ่านหมู่บ้านพักไปเขาน้อยหนองไก่เตี้ย. เนื่องจากเป็นบ้านหลังแรกติดชายป่าจึงเหมือนว่า ตั้งอยู่โดดเดี่ยว. ดึกแล้วไฟฟ้าดับฝนตกพรำ. ผมเดินกรำฝนถึงบ้านพัก ก่อนก้าวขึ้นบรรได มองไปใต้ถุนเห็นเงาตะคุ่มคน2คนนั่งหลบฝนที่แคร่ไม้. แสงฟ้าแล่บสะดุดตาที่ข้อมือคนหนึ่ง สวมกำไลสะท้อนแสงฟ้า ส่องแสงเขียววาวจับตา(เข้าใจว่าเป็นหยก). ขึ้นบ้านจุดตะเกียงลงไปเรียกคนทั้งสองแต่ไม่เจอ (นึกในใจไปใหนเร็วจริง). ผมเป็นจ่าใหม่ มาอยู่บ้านพักหลังนี้คนเดียว พอมืดค่ำ แผงลอยร้านค้าในกองทหารปิด ตลาดอยู่ไกล3กม. มืดค่ำจึงอยู่บ้าน คืนใดไฟฟ้าดับฝนตกพรำ. จะเห็นคน2คนมานั่งหลบฝนประจำ ไม่เห็นจะจะ เห็นเป็นเงาตะคุ่ม พอเพ่งดูก็หายไป (บ้านพักมีว่างหลายหลังเพราะมีคนพักน้อยกว่าบ้าน) จึงขอย้ายไปอยู่ บ้านจ101 ต่อมา บ้านจ1 มีจ่าเก่า(และแก่) ย้ายจากกองทหารจันทร์บุรีเข้าอยู่. ไปนิมนต์พระมาทำบุญบ้าน มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิจีนขุดหาศพไร้ญาติ มาทำพิธีขุดที่ใต้ถุนบ้าน พบกระดูกคน2โครง โครงหนึ่ง ที่กระดูกข้อมือมีกำไลหยกสวมอยู่ ขณะผมยืนดูสะท้อนแสงแดด ส่องแสงเขียววาวจับตา เหมือนที่ผมเห็นมัน วันคืนฝนตกที่ข้อมือ - คนหลบฝนกับกำไลหยก ทิดส่ง #บันทึกคุณปู่ #siamstr
ธรรมประจำวันคุณปู่ 01. บุญคือความดีความสุข/ทำดีแล้วมีความสุขนั่นแหละ”ทำบุญ” 02. ทำงานอย่าโง่กว่างาน/ทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องนั่นแหละ”ปฎิบัติธรรม” 03. เขาด่าก็ดีไม่ด่าก็ดี/ไม่เข้าไปในเรื่องของผู้อื่นนั้น”เป็นมงคล” 04. อย่าปรุงแต่งสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดเป็นปัญหาขึ้น/ถ้ายอมรับสิ่งที่มีอยู่”ทุกข์ก็หมดไปเอง” 05. อยากให้เขามีสุข/ช่วยทุกข์เขา/ดีใจที่เขาได้ดี/ไม่ซ้ำเติมที่เขามีทุกข์นั่นแหละ”พรหมวิหารสี่” (ทำตามผมเช่นนี้/ไม่ต้องใส่บาตรถวายสังฆทาน/ก็ได้ไปสวรรค์แล้ว) ถามคุณย่า นรกสวรรค์มีจริงไหม คุณย่าตอบว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ” สวรรค์หรือนรกไม่ใช่สถานที่ แต่มันอยู่ที่ใจ #บันทึกคุณปู่
รถไฟสายบางยี่ขัน อ.บางใหญ่2473....ไปบางกอก ทางเรือยนต์โดยสาร”บางใหญ่-ท่าวัง” ทางรถไฟโดยสาร”บางใหญ่-บางยี่ขัน”. สมัยนี้ไม่มี มันเป็นตำนานผมเพิ่งจำความได้ ยี่ห้อใช่หลี ร้านค้าไม้คลองบางใหญ่ ของนายเต็งเกียวเตี่ยผมเอง. ร้านค้าเรือนริมคลอง เตี่ยอยู่คนเดียว. มีตู้กระจกไว้ปืนลูกซองและปืนไรเฟิ่ล พื้นห้องเจาะช่อง ทำประตูลอดลงน้ำหนีภัย(ผมโตขึ้นจึงรู้พ่อเป็นนักสู้มีเชิง). รับเหมาสร้างตึกวัดหญ้าไทร ในคลองอ้อม. นั่งเรือจ้างแจวตาแม้น โจรดักปล้นเรียกเรือจ้างจอด เตี่ยบอกถ้าแกจอดฉันยิงแกตกน้ำ โจรยิงปืนคาบศิลามา โป้ง! เตี่ยโต้ด้วยปืนพกบราวนิงก์ ปังปังปัง! โจรเลยถอย เตี่ยเล่าให้แม่ฟัง แม่อยู่เรือนปั้นหยา ติดร้านค้าเรือนริมคลองเตี่ย. เตี่ยสอนแม่และลูกคนโตให้ยิงปืนเป็น สมัยนั้นบ้านนอกยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไกลปืนเที่ยง มีซุ้มโจรชอบปล้นคนมั่งมี. ทางรถทางเรือยังเป็นทางสายเปลี่ยว. แม่พาผมไปบางกอก นั่งเรือยนต์โดยสาร ผ่านวัดบางอ้อยช้าง วัดบางกรวย ไปขึ้นที่ท่าวัง นั่งรถรางไปลงที่หัวเม็ดสำเพ็ง เดินไปบ้านน้าสงวน วันหนึ่งแม่พาผมนั่งรถไฟโดยสาร. สถานีบางใหญ่(วัดสะแก) ผ่านสถานีบางอ้อยช้าง สถานีบางกรวย ไปลงสถานีบางยี่ขัน ลงเรือข้ามฝากท่าบางยี่ขัน ไปขึ้นท่าเขียวไข่กา นั่งรถรางไปลงที่หัวเม็ดสำเพ็ง เดินไปบ้านน้าสงวน. บางกอกตอนนั้น ไม่มีรถโดยสารประจำทาง มีรถราง รถเจ็กรถยนต์ส่วนตัวแทบจะนับคันได้. เพิ่งจะมีรถโดยสารสายแรกวิ่งถนนพญาไทย รถเมล์ขาวนายเลิศ(รถสองแถว). รถขาวเครื่องหมายกากบาทสีแดงในวงกลม วิ่งจากวัดหัวลำโพง(สามย่าน) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูม กรุงเทพกว้างแค่นั้น จากนั้นไปเป็นป่า สนามยิงเป้า รถรางมี3สาย. สายแดงสายดำสายเขียว สายแดงวิ่งรอบเมือง สายดำวิ่งจากยศเสไป ประตูน้ำ เผื่อจะมีคนลงเรือคลองแสนแสบ. สายเขียววิ่งจากสีลม(มีกังหันลมสีข้าวแถวนั้น นาข้าวร้าง) ไปเขียวไข่กา เผื่อจะมีคนลงเรือข้ามฝาก ขึ้น - รถไฟสายบางยี่ขัน ทิดส่ง ปล.ไม่รู้จะเขียนอะไร เลยเขียนกรุงเทพปี73ให้ก่อน #บันทึกคุณปู่ #siamstr
วันนี้บัญชีธนาคารที่น้องชายถูกอายัดไว้ โดยไม่รู้สาเหตุเมื่อหลายวันก่อน ได้รับการปลดล็อคแล้วใช้งานได้ปกติ โดยไม่รู้เหตุผล หลายวันก่อนติดต่อไปธนาคารเขาแจ้งเพียงว่า ตำรวจไซเบอร์เป็นผู้อายัดแค่นี้ เราค้นข้อมูลดู พบว่าคนโดนกันเยอะมากๆเลยนะ โดนอายัด แล้วอยู่ดีปลดให้ แต่รอไปเถอะ 3-7วันหลังจากติดต่อธนาคารไป ทำอะไรกับบัญชีไม่ได้เลยนอกจากนั่งมอง แล้วมานึกขึ้นได้ เมื่อราวๆ3เดือนก่อน น้าของเราก็โดนธนาคารเดียวกันนี่อายัดบัญชีแบบนี้เลยนี่หว่า ใครจะว่าไงไม่รู้ แต่เราว่าเราได้กลิ่นตุๆ จากธนาคาร ที่ตั้งใจไม่ให้บางคนถอนเงินออกไป หรือชะลอการทำธุรกรรมทางการเงินของเจ้าของเงิน ถ้าเป็นสมัยก่อน คนจะใช้เงิน ต้องไปถอนเอาเงินสด ถ้าธนาคารไม่ให้ถอน หรือบอกรอก่อนนะคะ เงินไม่พอ ถอนได้แค่บางคน คนก็จะตกใจกันว่า เฮ้ย เกิดอะไรขึ้น ทำไมธนาคารไม่มีเงิน ยิ่งแห่กันไปถอน แต่ทุกวันนี้ผู้คนไม่ได้ถอนเงินสดกันซักเท่าไหร่ ดังนั้นวิธีการอายัดบัญชีแบบดื้อๆนี่แหละ ที่เป็นการไม่ให้ถอนเงินแบบอ้อมๆ ให้ผู้คนชะลอการทำธุรกรรมออกไป ให้ถอนได้แค่บางคน อ้างเหตุผลโดยไม่มีหลักฐาน Bank Run ยุคใหม่ ถ้าจะเกิดขึ้น ก็น่าจะมาในรูปแบบนี้แหละ เราอาจจะคิดไปเองก็ได้ แต่ก็คิดว่าใช่ไว้ก่อน #siamstr